ฉบับปิดภาคการศึกษา ๒๕๕๒

ฉบับปิดภาคการศึกษา ๒๕๕๒

ถึงผู้อ่านสารแสนสนุก
ตั้งแต่เปิดภาคการศึกษา 2/2553 มา ผู้อ่านสารแสนสนุกหลายคน
คงเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวสารแสนสนุก คือการเปลี่ยนเป็นสี โดยฉบับ
พฤศจิกายน 2552 เราเริ่มเปลี่ยนเป็นฉบับ หนึ่งสี อย่างที่เราเห็น
(แต่ในภาษาโรงพิมพ์เรียกว่า 2 สี) แล้วสารแสนสนุกก็หายไป
ตามปรกติของการจัดทำ�สารแสนสนุกนั้น เราจะจัดหน้ากระดาษกันเป็นภาพสี่สี
แล้วนำ�มาพิมพ์เป็นขาวดำ� แล้วนำ�ไปถ่ายเอกสาร ซึ่งทุกครั้งผู้จัดทำ�
ก็จะรู้สึกว่าภาพต้นฉบับนั้นสวยมากเลยอยากตีพิมพ์เป็นฉบับสี่สีออกมา
แต่การพิมพ์สี่สีต้นทุนในการผลิตสูงมาก เราเลยชิมลางกันที่ สองสีก่อน
ซึ่งราคาไม่ต่างกับการถ่ายเอกสาร สิ่งที่แตกต่างคือ สีที่เรามองเห็นในงานวาดภาพ
ของเด็กที่เรานำ�มาประกอบในเล่มนั้นแตกต่าง เราเห็นน้ำ�หนักของสีที่ต่างกัน
ได้อารมณ์ที่ต่างกันออกไป เราจึงเกิดความฮึกเฮิม อยากทำ�ฉบับสี่สี
โดยอย่างน้อยได้สักปีละหนึ่งเล่ม และเนื่องจากต้นทุนที่สูง ในฉบับนี้
เราจึงขออนุญาตรวมเอาสามฉบับเป็นฉบับเดียว โดยนำ�ต้นทุนการผลิตที่มี
มาใส่ไว้ในเล่มเดียวกัน จึงออกมาเป็น
สารแสนสนุกฉบับสี่สีฉบับแรกของโลก ^_^ 
การเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ผู้อ่านก็มีทั้งชอบและไม่ชอบ
ทางผู้จัดทำ�ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมากกับทุกคำ�แนะนำ�ที่ได้มอบให้
เมื่อได้อ่านสารแสนสนุกฉบับสี่สีจบแล้ว โปรดอย่าลืมแนะนำ�คณะผู้จัดทำ�ด้วย
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น เป็นธรรมดาที่เราจะยังไม่คุ้นชินกับสิ่งนั้น
อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยน หรือใช้เวลาทำ�ความคุ้นเคยกัน
แล้วเราก็จะมองเห็นข้อดีของสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ขอเพียงเปิดใจให้กัน
เราก็จะมีพื้นที่สำ�หรับทุกสิ่งเสมอ
คณะผู้จัดทำ� 

2

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

เรื่องเล่าเบาสมอง ๔
สัพเพเหระ ๙
เรื่องกระจิ๊ดสะกิดใจ ๑๐
เรื่องเล่าเบาสมอง ๑๒
เรื่องเล่าจากครูมัย ๑๔
เรื่องเล่าจากครูต่อ ๑๖
เรื่องเล่าจากครูอร ๑๗
เรื่องเล่าจากอิ่มอุ่น ๑๘
เรื่องเล่าจากแสงตะวัน ๑๙
เรื่องเล่าจากจันทร์ฉาย ๒๐
เรื่องเล่าจากจิตประภัสสร ๒๑
เรื่องเล่าจากต้นกล้า ๒๒
เรื่องเล่าจากห้องความรัก ๒๓
เรื่องเล่าชาวประถม ๒๔
เรื่องเล่าชาวมัธยมหนึ่ง ๓๔
เก็บมาฝาก ๓๕
กิจกรรมแสนสนุก ๓๙
บอกต่อ ๔๒
เรื่องเล่าก่อนปิดเทอม ๔๖

สารแสนสนุก เป็นวารสารเล่มเล็กๆ ประจำ�รายเดือน
จัดทำ�โดย ชมรมผู้ปกครอง โรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ
ผู้ปกครองท่านใด มีเรื่องราวอยากร่วมสนุก แบ่งปันประสบการณ์
สามารถติดต่อได้ที่ พี่เอี้ยม ห้องธุรการ
หรือ e-mail : sithorn9@hotmail.com
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

3

นมัสเต
ตอน
รปภ.
จากสนามบิน เราใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง
ในรถตู้ที่ดูแปลกตา สำ�หรับฉันรูปร่าง
ของมันเกือบจะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมจัตุรัส
ภายในบุด้วยผ้ากำ�มะหยี่สีน้ำ�ตาล ทาง
ฝั่งซ้ายเป็นเก้าอี้เดี่ยว ส่วนทางฝั่งขวา
เป็นเก้าอี้คู่ มีพัดลมตัวเล็กๆติดอยู่
บริเวณที่ว่างข้างๆหน้าต่างของที่นั่งใน
ทุกๆ แถว ฉันนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวที่สอง
ทางฝั่งซ้ายทันที

ตอนที่ ๒

ความเร็วสูง พระเจ้า! สามสาวที่อยู่แถว
แรกข้างหน้าฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ
แต่คุณคนขับหน้าแขกตัวเล็กผิวดำ�นั่นยัง
คงเหยียบคันเร่งต่อไปบนถนนอีกฝั่ง
แล้วลูกกระตาของฉันก็เกือบจะกระเด็น
ออกมานอกเบ้าตาเมื่อเหลือบไปเห็นแสง
ไฟหน้ารถบรรทุกฝั่งตรงข้ามส่องมา
พร้อมกับเสียงบีบแตรดังยาวเหยียด

โดยไม่ต้องซักซ้อมพวกเราส่ง
เสียงร้องขึ้นพร้อมเพรียงกัน คุณคนขับ

ฟ้ามืดลงแล้วแต่อากาศยังคง
อบอ้าว คนขับเริ่มเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ หน้าแขกหักซ้ายอย่างแรงพุ่งผ่านเกาะ
เมื่อเราพ้นจากเขตการจราจรคับคั่ง ทิว กลางอีกครั้งกลับไปยังถนนฝั่งเดิม รถ
ทัศน์สองข้างทางเป็นตึกบ้าง บ้านบ้าง บรรทุกเมื่อครู่แทบจะวิ่งสวนเราไปใน ๕
สลับกับที่รกร้างว่างเปล่า โดยมีกองขยะ หรือ ๖ วินาทีถัดมา
กับคนพื้นเมืองที่นอนอยู่ตามทางเท้าเป็น
ฉันค่อยๆ คลายคิ้วที่ขมวดออก
ฉากประกอบ เกาะกลางถนนเป็นก้อน
ปูนทรงสี่เหลี่ยมๆสูงประมาณเมตรเศษ พร้อมกับเตือนตัวเองให้หายใจอย่างถูก
วิธี ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เรายังคงมุ่ง
วางกระจัดกระจายไปทั่ว ทันใดนั้น!
ไปในความมืด หลายคนหลับไปแล้วแต่
สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อคนขับ
กระชากพวงมาลัยไปทางขวา พารถพุ่ง ฉันยังไม่อยากหลับและหวังว่าคนขับจะ
รู้สึกเช่นเดียวกัน นาฬิกาบอกเวลาตี
ทะยานผ่านเกาะกลางถนนนั่นไปด้วย

4

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

สองตามเวลาท้องถิ่น ที่จริงเราน่าจะถึง
ตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วตามกำ�หนด แต่จะทำ�
อะไรได้ล่ะ........

รถหยุดอยู่กับที่สักพักใหญ่ๆแล้ว
ฉันดึงหลังตัวเองออกจากเบาะแล้วก็
ชะเง้อดูรอบนอก เห็นคนขับรถคุยอยู่
กับชายสามคนทางด้านนอกไม่ไกลจาก
ตัวรถ แล้วฉันก็เหลือบเห็นป้าย
อัชรัมศรีดรายานันดา ในที่สุดก็ถึง
ที่หมาย ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมทาง
หลายคนยังคงหลับอยู่จนกระทั่งคนขับ
รถเดินมากระชากประตูรถบานใหญ่ให้
เลื่อนออก จากนั้นก็รัวภาษาพื้นเมืองที่
ฉันไม่อาจเข้าใจ แต่ด้วยภาษากายของเขา
บอกฉันว่าลงจากรถได้แล้ว

นิดหน่อย ฉันเดินผ่านพวกเขาไปยังหลัง
รถเพื่อรอรับกระเป๋าโดยไม่ได้พูดอะไร
เลย ฉันคิดในใจว่า รปภ. เยอะดี

กระเป๋าสัมภาระมากมาย
กระจัดกระจายอยู่บนพื้นโดยมีเจ้าของ
ของมันยืนกำ�กับอยู่ รปภ. หน้าตาดี
พูดอะไรซักอย่างเป็นภาษาอังกฤษ
สมองของฉันยังคงใช้การอะไรไม่ได้
ภายในว่างเปล่า ฉันเพียงแต่ยืนและ
หายใจอยู่ก็เท่านั้น จนกระทั่ง รปภ.
คนเดิมนั่นถามพวกเราว่า “จะเข้าห้องฝึก
โยคะตามกำ�หนดการเดิมคือ ๐๖.๓๐ น.
ใช่หรือไม่” สมองของฉันกระตุกให้ปาก
ทำ�งานทันที “NO!” แปลว่าไม่และมัน
คือคำ�ตอบสุดท้าย ท่ามกลางความเงียบ

ด้วยความเต็มใจฉันก้าวลงจาก ฉันคิดในใจว่า นั่นมันฆ่ากันชัดๆ.....
รถไปเป็นคนแรกพบเจ้าหน้าที่สองคน
ครู่ต่อมาหลายคนเริ่มพยักหน้างึกงัก
ยืนอยู่ คนหนึ่งสวมชุดซาฟารีสีกากี
รปภ.คนเดิมถามต่อว่า “กี่โมงดี”
อีกคนสวมชุดซาฟารีสีเขียวหม่น พวกเขา พี่หญิงหัวหน้าคณะเราตอบไปว่า
ดูคล้ายกัน หน้าตาตามแบบฉบับคน
“ขอเป็นแปดโมงเช้าแล้วกันค่ะ”
พื้นเมือง ตัวโตและลงพุงนิดๆ ไว้หนวด เขาพยักหน้ารับแล้วเดินนำ�เราเข้าที่พัก
ไว้เคราด้วยกันทั้งคู่ จะผิดกันชัดเจนก็ ทันที
ตรงที่คนหนึ่งผมดำ�คนหนึ่งผมขาว
ส่วนเจ้าหน้าที่คนที่สามยืนห่างออกไป

อันที่จริงฉันก็ไม่รู้ว่าจะรอแปด
ไม่ไกลนักเขาสวมเสื้อยืดสีขาวกระชับตัว โมงเช้าไปทำ�ไม ฉันยังคงนอนไม่หลับ
กับกางเกงขาสั้น ผิวสีน้ำ�ผึ้ง หน้าตาดี อยู่ดี เพื่อนร่วมห้องของฉันหลับสนิทอยู่
สูงประมาณ ๑๖๕ ซม.หรือมากกว่านั้น อีกเตียงข้างๆ เธอชื่อเบน หน้าตาหน้ารัก
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

5

เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกันที่ตัวเล็กกระ
ทัดรัดในแบบพกพาสะดวก เธอเคย
เล่าว่าแม่ของเธอเลี้ยงเธอด้วยนมข้นหวาน
ตามะลิเธอเลยไม่ค่อยโต

ขาวคนละตัวกับเมื่อคืน กางเกงขาสั้น
เหมือนเดิม เขาเดินผ่านพวกเราไปยัง
หลังห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม แขนขาของ
เขาทำ�ให้ฉันนึกถึงพวกนักกีฬาทีมชาติ
เขาน่าจะไปทำ�อาชีพอื่น ทหารตำ�รวจ

ฉันทนนอนต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้น หรือไม่ก็น่าจะลองไปเทสหน้ากล้องดู
ล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดฝึกแล้วออก
ไม่รู้ทำ�ไมทุกคนเงียบนัก แล้ว รปภ.นั่น
จากห้องไป เป็นปกติที่ว่ากองทัพเดิน
ก็เดินกลับมา เขาหยุดอยู่กลางห้อง
ด้วยท้อง แต่ไม่ใช่สำ�หรับที่นี่ คุณต้อง หันหน้ามากวาดตามองเราทุกคนด้วย
ฝึกโยคะในตอนเช้าเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ใบหน้าเรียบเฉยกับท่ายืนอวดแผงอก
ก่อนทานอาหารเช้า ดังนั้นฉันจึงเดิน
โดยเอามือไพล่หลังไว้ ฉันรู้แล้วว่ามี
ผ่านโรงอาหารไปหยุดอยู่ที่โบสถ์ริมแม่น้ำ� บางอย่างผิดปกติ เขานั่งลงตรงอาสนะ
คงคา ภายในโบสถ์มีพระและพราหมณ์ กลางห้องและเริ่มต้นออกคำ�สั่ง
กำ�ลังนำ�สวดมนต์ เสียงสวดดังผสาน
กับเสียงน้ำ�เชี่ยวกราดเบื้องล่าง เบื้อง

เราเริ่มต้นวันด้วยการสวดมนต์
หน้าเป็นภูเขาสูงตระหง่านระฟ้าชื่อ
ทำ�สมาธิ และฝึกโยคะก่อนปิดท้ายการ
“หิมาลัย” ภูเขาถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ฝึกครึ่งแรกด้วยปราณยมะ (การฝึก
นานาพรรณ แซมด้วยเมฆหมอกขาว
หายใจในแบบต่างๆ เพื่อทำ�ให้ภายใน
ปุกปุย ฉันหยุดอยู่กับที่..............มัน
ร่างกายเกิดความสมดุล) จากนั้นก็แยก
สวยเหลือเชื่อ
ย้ายไปรับประทานอาหารเช้าและเข้าชั้น
เรียนภาษาสันสกฤตกับผู้ทรงศีลหรือ

พวกเราพร้อมแล้วที่ห้องฝึก
พระที่คนพื้นเมืองเรียกว่า “สวามิ”
ทุกคนอยู่บนอาสนะ (MAT) ของตัวเอง การนุ่งห่มของพระที่นั่นเหมือนกับ
ที่ห้องไม่ได้มีแต่พวกเราคนไทยแต่มีคน พระของเรา ภารกิจก็ใกล้เคียงกัน
อื่นๆอีกมากมายที่เดินทางมาจากต่าง
แต่ที่ฉันเห็นแตกต่างก็ตรงสวามิสามารถ
ประเทศซึ่งส่วนใหญ่เป็นครูสอนโยคะ
เปลี่ยนจีวรมาสวมใส่ชุดฝึกโยคะได้
แล้วรปภ.คนเดิมที่พูดคุยกับพวกเราเมื่อ ผู้หญิงควรระวังไม่ถูกต้องตัวสวามิ
คืนก็เดินเข้ามาในห้อง เขาสวมเสื้อยืดสี ซึ่งนั่นหมายถึงผู้หญิงถูกตัวพระได้

6

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

แต่ไม่ควรเท่านั้นจากที่คนครัวที่นั่น
พยายามอธิบายให้ฉันฟัง และที่แปลก
ก็คือผู้ที่จะเป็นสวามิได้ต้องมีฐานะดี
เท่านั้น แต่อย่าถามว่าทำ�ไมนะ เพราะ
ฉันก็รู้เท่านั้นแหละด้วยขีดจำ�กัด
ทางภาษา เมื่อจบช่วงเรียนภาษา
สันสกฤตก็เป็นช่วงพักกลางวัน
อันยาวนานไปถึงบ่ายสามโมง มันเป็น
ธรรมเนียมปฏิบัติ และเมื่อบ่ายสามโมง
ตรงเป๊ะเราจะรวมกันอยู่ที่โรงอาหารเพื่อ
ดื่มชาร้อนผสมนมควาย อร่อยดี แต่ฉัน
ดื่มอยู่ ๒ วันก็เลิก ควักเอากาแฟซอง
ที่ติดตัวไปมาชงดื่มแทน อ้อ! ที่เมืองนั้น
ไม่มีกาแฟขาย คนที่นั่นว่ากาแฟเป็น
สิ่งเสพติด ฉันเห็นด้วยทันที และ
ยังแนะนำ�พวกเขาว่าถ้าไม่เชื่อลองเอาไป
ชงกินดู
พวกเขาหัวเราะร่วนก่อนจะหยิบกาแฟไป
คนละซองสองซอง ฉันเห็นมาสเตอร์
มองฉันด้วยหางตา พี่น้ำ�เพื่อนสนิทของ
ฉันก็เห็นเช่นกัน ฉันบอกเธอว่า
มาสเตอร์คงอยากได้กาแฟบ้าง เธอ
หัวเราะร่วน พี่น้ำ�เป็นสถาปนิก เธอเป็น
คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ
๕ ขวบ ตอนเล็กเธอเรียนที่สิงคโปร์
ก่อนจะไปจบสถาปัตย์ที่ฝรั่งเศษและ
สุดท้ายเธอจบโทเกี่ยวกับจิตวิทยาเด็กที่

แคนาดา เธอสนใจเรื่องการศึกษาของ
เด็กและเคยเป็นครูฝึกสอนใน ร.ร.แบบ
มอนเตสเซอรี่ เธอชอบพูดถึงการศึกษา
แบบมอนเตสเซอรี่ด้วยดวงตาเป็น
ประกาย เธอเคยบอกว่าวอร์ดอร์ฟ
พัฒนามาจากมอนเตสเซอรี่ แต่ฉัน
ไม่เชื่อ อย่างไรก็ดีไฮโซอย่างเธอก็เข้ากัน
ได้ดีกับโซโซอย่างฉัน

หลังเวลาน้ำ�ชาเราจะไปรวมกันที่
ห้องประชุมเพื่อพูดคุยเรื่องต่างๆ รวมทั้ง
ถามคำ�ถามที่ต้องการคำ�ตอบจาก
มาสเตอร์และผู้ช่วยของเขา เอมิลี่ กับ
อาเมต ห้าโมงเย็นพวกเราก็จะเริ่มฝึก
โยคะอีกครั้ง มันหนักกว่าช่วงเช้า
เราเหมือนกองทหารที่กำ�ลังถูกฝึก
อย่างหนัก ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำ�คัญ
ในห้องฝึก ตาดู หูฟัง หุบปากไว้และ
ทำ�อย่างดีที่สุด ไม่อย่างนั้นแล้ว
มาสเตอร์จะเข้ามาช่วยทำ�ให้ดีกว่าเดิม
และเชื่อเถอะว่าคุณไม่อยากหรอก

สิบเก้านาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น
เป็นเวลาอาหารเย็นซึ่งฉันปฎิเสธตั้งแต่
วันที่สองของการอาศัยอยู่ที่วัดนั่น มัน
ง่ายกว่าสำ�หรับฉัน สองมื้อต่อวันก็
พอแล้วสำ�หรับอาหารที่นั่น มันเป็น
อาหารเพื่อสุขภาพปรุงด้วยเครื่องเทศและ
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

7

สมุนไพร มีรสชาติตามธรรมชาติที่
มันควรจะเป็น! บางมื้อในถาดของฉัน
มีแต่ข้าวเปล่ากับผักต้ม และเกลือป่นเป็น
เครื่องปรุงของที่นั่น และในบางมื้อฉันก็
ทำ�ตัวคล้ายๆ กับช้างที่กินกล้วยครั้งละ
มากๆ ถ้าโชคดีคุณก็จะได้แอปเปิ้ลกับ
มะละกอที่ยังไม่เละ

ฉันเคยถามอาเมตว่าอาหาร
อร่อยมั้ย ขณะที่ดูเขากวาดมันเข้าปาก
ด้วยมือ เขาฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะลอย
หน้าลอยตาตอบว่า “ไม่อร่อย” ฉัน
ย่นคิ้วใส่

“อยากรู้ไหมว่าทำ�ไมมันไม่อร่อย
ไปกว่านี้” เขาถามก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
การฆ่ารสชาติเป็นการตัดกิเลสอย่าง
หนึ่ง เป็นการฝึกตน ทำ�ให้กิเลส
เบาบางลงและดีที่สุดสำ�หรับสุขภาพ
ฉันว่า “You are what you eat”
เขาพยักหน้ารับ

หลังอาหารเย็นจะมีการแสดง
ดนตรีสัตสังคีต โดยนักร้องและ
นักดนตรีชาวพื้นเมือง พวกเขาขับร้อง
เพลงพื้นเมืองร่วมกับกลองแบบโบราณ
ที่ใช้มือตี ๒-๓ ตัวและหีบเพลง
บางคืนก็เป็นการบรรยายปรัชญาโยคะ

8

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยโยคะที่มี
ชื่อเสียงของที่นั่น และแยกย้ายกันกลับ
ห้องนอนตอนสี่ทุ่ม ทุกอย่างเป็นอยู่
อย่างนั้นทุกวันซ้ำ�แล้วซ้ำ�เล่าจนฉันเริ่ม
เข้าใจความสำ�คัญบางอย่างที่ต้องการ
การทำ�ซ้ำ� ฉันรู้สึกได้ด้วยตัวเอง
ฉันเข้าใจมันอย่างแท้จริงจากมุมมอง
ของฉันเอง ฉันพัฒนาขึ้นจากการทำ�ซ้ำ�
และรู้สึกมั่นคงแล้วปลอดภัยกับจังหวะ
เวลาที่แน่นอน................

ประสบการณ์ชีวิตเพียงไม่กี่วัน
ที่นั่นให้อะไรกับฉันมากมายเกินกว่าที่จะ
บรรยายได้หมด การเดินทางมีคุณค่า
เสมอ ขอบคุณสามีที่สั่งให้ไป ขอบคุณ
คุณยายสำ�หรับอาหารเย็นของเด็กๆ
ขอบคุณพี่เอี้ยมที่ให้พวกเรามีที่ฝึกโยคะ
และสุดท้ายขอขอบคุณคุณครูและ
เพื่อนๆ ผู้ปกครองที่เสี่ยงชีวิตมาเป็น
ลูกศิษย์ฉันและทำ�ให้ฉันได้มีโอกาส
พัฒนาขึ้น………….
จบแล้วนะคะ

แม่แอ๊นท์

สปาเก็ตตี้สูตรพี่นวล

มาตามคำ�เรียกร้องของเด็กๆว่า สปาเก็ตตี้ของพี่นวลอร่อยๆ
แม่ๆ ทั้งหลายทำ�อย่างไรก็ไม่ถูกใจเด็กๆ (โดยเฉพาะอนุบาล)
วันนี้เรามีสปาเก็ตตี้สูตรพี่นวลมานำ�เสนอ ทำ�แล้วก็บอกลูกได้เลยว่า
สูตรพี่นวลมาเอง
เครื่องปรุง

๑) เส้นสปาเก็ตตี้

ซอส








๑) เกลือ
๒) น้ำ�ตาลทรายไม่ขัดสี
๓) ซอสมะเขือเทศ (King Kitchen + Heinz 1:1)
๔) ซอสภูเขาทองฝาเขียว
๕) ออการิโน่
๖) น้ำ�มันพืช
๗) มะเขือเทศหั่นลูกเต๋า
๘) หอมใหญ่หั่นลูกเต๋า
๙) แครอทหั่นลูกเต๋า
๑๐) เต้าหู้แข็ง (ขาว) หั่นลูกเต๋า

วิธีทำ� ๑) การต้มสปาเก็ตตี้ (สูตรพี่นวล แช่เส้นในน้ำ�เย็นจนนิ่ม
แล้วนำ�ไปต้มในน้ำ�เดือดเหยาะเกลือนิดหน่อย พอเส้นสุกตักขึ้น
ล้างด้วยน้ำ�เย็น พักเส้นไว้

๒) ตั้งกระทะใส่น้ำ�มันนิดหน่อย ผัดกับหอมหัวใหญ่
มะเขือเทศ โรยออริกาโน่พอให้ได้กลิ่น เติมน้ำ�ซุปต้มให้สุก ตามด้วย
เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ ชิมรสตามใจชอบ
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

9

“กองทุนเงินกู้ยืม
เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต”
เรื่องกระจิ๊ดฯ ฉบับนี้เราจะมาพูดถึง
กองทุนที่มีในโรงเรียนกันต่อ นั่นก็คือ
“กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อส่งเสริมคุณภาพ
ชีวิต” ซึ่งเป็น ๑ ใน ๓ กองทุน
ที่อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการ
การเงินและพัฒนาโรงเรียนแสนสนุก
ไตรทักษะ
กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ครูและ
บุคลากรของโรงเรียนฯ ได้กู้ยืมเงินไปใช้
ในเรื่องจำ�เป็นของชีวิต อีกทั้งเป็นการ
เปิดให้สมาชิกในชุมชนมีส่วนร่วมในการ
ดูแลครูและบุคลากร โดยได้รับเงิน
ลงทุนก้อนแรกจากคุณป้าอุษา
๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากนั้นตั้งแต่ปี
การศึกษา ๒๕๕๑ เป็นต้นมาเงินร้อยละ
๕๐ ของค่าพัฒนาวิชาการ เฉพาะของ
นักเรียนเข้าใหม่จะถูกนำ�เข้าสมทบ
กองทุนนี้ และที่มาสุดท้ายของเงิน
กองทุนนี้ คือ เงินที่ได้จากการบริจาค
แต่กองทุนนี้ก็ได้กำ�หนดวัตถุประสงค์

10

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ของเรื่องจำ�เป็นในชีวิตที่จะสามารถ
ยื่นขอกู้ได้ไว้ ๔ หัวข้อ คือ
• เพื่อที่อยู่อาศัย
• เพื่อการศึกษาการพัฒนาตนเองของครู
• เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น การ
รักษาพยาบาลที่เบิกไม่ได้
• เพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนของ
บุคลากรในโรงเรียนรวมถึงบุพการี
ของบุคลากรในโรงเรียน
ทั้งนี้ครูและบุคลากรที่จะมีสิทธิ์กู้ยืมได้
จะต้องผ่านการประเมินการทำ�งานและ
มีอายุการทำ�งาน ๑ ปีขึ้นไป

หลักเกณฑ์การกู้ยืมมีอยู่ว่า

ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท/คน
กู้ได้เพียงสัญญาเดียว
• เงินผ่อนชำ�ระรายเดือนไม่ต่ำ�กว่า
๒๐% ของเงินเดือน
• ระยะเวลาการผ่อนชำ�ระไม่เกิน ๑๐ ปี
อัตราดอกเบี้ย เท่ากับ ๑% ต่อปี
หากผิดนัดชำ�ระ จะถูกปรับเป็นอัตรา
๗.๕% ต่อปี ของยอดค้างชำ�ระทั้งหมด
• ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ
กองทุนกู้ยืมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต
กรณีพ้นสภาพการเป็นบุคลากรของ
โรงเรียนก่อนครบกำ�หนดผ่อนชำ�ระต้อง
ชำ�ระคืนส่วนที่เหลือทั้งหมดทันทีและ
ยินยอมให้หักเงินเดือนและรายได้อื่นที่จะ
ได้รับจากโรงเรียนทั้งหมด

มีบุคคลค้ำ�ประกันที่เป็นบุคลากรของ
โรงเรียน ๒ คน ให้เป็นบุคคล
ค้ำ�ประกันลำ�ดับที่ ๑ และ ๒ สามารถ
ค้ำ�ประกันได้ไม่เกิน ๕ เท่าของ
เงินเดือนของตนเอง ถ้าวงเงินกู้สูงกว่า
วงเงินค้ำ�ประกันของผู้ค้ำ� ๒ คนรวมกัน
แล้วจะต้องมีผู้ค้ำ�ประกันเพิ่มที่เป็นสามี
ภรรยา หรือ พ่อแม่พี่น้องท้องเดียวกัน
ของผู้กู้ หรือเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในเงินกู้
จำ�นวนนั้นด้วย ในที่นี้ให้เป็นบุคคล
ค้ำ�ประกันลำ�ดับที่ ๓
• ผู้ค้ำ�ประกันจะต้องอยู่ในดุลยพินิจของ
คณะกรรมการกองทุน
• การติดตามชำ�ระหนี้ ให้นำ�เงินต้น
ที่มีการชำ�ระแล้วหักออกจากยอดเงิน
ค้ำ�ประกันของผู้ค้ำ�คนที่ ๑ และ ๒
คงเหลือเท่าใดให้นำ�มาแบ่งหักเท่ากัน
ที่เหลือให้ติดตามกับผู้ค้ำ�ประกันคนที่ ๓
• ผู้ขอกู้ต้องส่งเอกสารขอกู้บอกเหตุผล
และความจำ�เป็นพร้อมเอกสารประกอบ
ที่เลขานุการเพื่อนำ�มาพิจารณา

จบเรื่องของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อส่งเสริม
คุณภาพชีวิตเพียงเท่านี้ ฉบับหน้าเราจะ
มาพูดถึงกองทุนสุดท้ายของโรงเรียน
นั่นคือ กองทุนสำ�รองเลี้ยงชีพ
สวัสดีค่ะ
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

11

Merry
Christmas
วันคริสต์มาส...ดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับคน
ไทยชาวพุทธสักเท่าไหร่ แต่ในเมือง
ไทยเราตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ก็
จะมีการประดับประดาตกแต่งด้วยต้น
คริสต์มาสและแสงไฟอย่างสวยงาม บาง
แห่งตกแต่งได้อลังการกว่าคริสต์จักร
เสียอีก

ด้วยความที่เป็นคริสเตียน
ตั้งแต่เด็ก ทั้งยังเรียนในโรงเรียน
คริสต์มาตลอด จึงมักถูกถามถึง
ความประทับใจในวันคริสต์มาสเสมอ
 เมื่อนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก งาน
ฉลองเทศกาลคริสต์มาสถือเป็นงาน
ใหญ่ประจำ�ปีของโรงเรียนทีเดียว มีการ
จัดเตรียมงานตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม
โดยเริ่มตกแต่งต้นสนขนาดใหญ่ของ
โรงเรียน เตรียมงานแสดงของเด็กๆ
และของขวัญมากมาย เด็กๆ ก็จะรู้ว่า
คริสต์มาสใกล้มาถึงแล้ว จะว่าไปแล้วก็
ไม่ต่างจากโรงเรียนแสนสนุกฯของเรา
ที่เห็นถึงความสำ�คัญของเทศกาลตาม

12

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ฤดูกาลต่างๆ ว่าเป็นการนำ�จังหวะแห่ง
ฤดูกาลมาสู่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาล
ลอยกระทงที่เพิ่งผ่านไป วันเข้าพรรษา 
หรือวันสงกรานต์ เป็นต้น กิจกรรม
เหล่านี้เป็นลักษณะของจังหวะในรอบ
ปีของเด็ก เป็นเสมือนสิ่งเชื่อมโยงเด็ก
กับธรรมชาติรอบตัว การที่เด็กได้เห็น
การเตรียมงานก่อนเข้าสู่เทศกาลต่างๆ
ทำ�ให้เด็กเต็มไปด้วยความทรงจำ�ซึ่ง
เป็นการสร้างความมั่นใจแก่เด็กว่า เวลา
พิเศษเหล่านี้จะหมุนเวียนกลับมาอีกครั้ง
ถือเป็นความโชคดีของลูกๆ เราที่ทาง
โรงเรียนเห็นความสำ�คัญ และจัดเตรียม
งานอย่างต่อเนื่องมาตลอด
เทศกาลคริสต์มาสจัดเป็นเทศกาลสำ�คัญ
สำ�หรับคริสเตียน ที่บ้านของเราก็จะ
เริ่มตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดสูง ๒
เมตรพร้อมเครื่องประดับประดาครบชุด
ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ความประทับ
ใจเป็นพิเศษเริ่มเมื่อปลายปีที่แล้วที่ลูกๆ
ทั้งสองมีส่วนช่วยมากกว่าทุกครั้ง โดย

พวกเขาจะเอาเกลียวเชือกหลากสีที่ทำ�เอง
ตุ๊กตาผ้าที่ได้จากคุณครูบ้าง เชือกเส้น
ยาวที่เขาถักเองกับมือบ้าง ของเล่นจาก
วัสดุธรรมชาติเกือบทุกอย่างถูกแขวนบน
ต้นคริสต์มาสทั้งหมด และยังมีถุงเท้า
ที่พวกเขาเชื่อว่าซานตาครอสจะเอาของ
ขวัญมาใส่ให้ ต้นคริสต์มาสของเราจึง
ออกมาในสไตล์วอลดอร์ฟ ที่ไม่เหมือน
ใคร เมื่อเพื่อนบ้านของเรามาเห็นถึงกับ
ทำ�หน้างงๆ.... มาปีนี้วันคริสต์มาสกำ�ลัง
จะมาถึง ของเล่นที่มีเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว
เห็นจะเป็นตุ๊กตานิตติ้งรูปสัตว์ต่างๆ ที่
กลุ่มคุณแม่มาร่วมกันทำ�มากมายมีทั้งเป็ด
ไก่ หมู ม้า สิงโต แกะ...ทั้งหมดคง
ต้องถูกประดับอยู่บนต้นคริสต์มาสของ
เราอย่างไม่ต้องสงสัย

จะว่าไปอันที่จริงซานตาครอส
ไม่มีปรากฏในพระคัมภีร์แต่อย่างใด เป็น
สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งว่ากันว่าซานตา
ครอสคนแรกคือ เซนต์นิโคลัส
เป็นสังฆราชที่มีชีวิตอยู่ใน ค.ศ.๔๐๐
ท่านได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็ก
หญิงยากจนคนหนึ่ง แล้วทิ้งถุงเงินลง
ไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไป
ทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้าง
เตาผิงพอดี เซนต์นิโคลัสเป็นนักบุญ ที่

ชาวฮอลแลนด์นับถือว่า เป็นผู้อุปถัมภ์
เด็ก พวกเขาจึงรักษาประเพณีการฉลอง
นักบุญนิโคลัสไว้เรื่อยมา โดยมีการ
เปลี่ยนแปลงบางอย่างคือ ชื่อนักบุญก็
เปลี่ยนเป็นซานตาครอส และแทนที่จะ
เป็นสังฆราชก็เป็นชายแก่อ้วนใส่ชุดแดง
อาศัยอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อนเป็นยาน
พาหนะ และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลก
นี้ในคืนก่อนวันคริสต์มาส เพื่อเอาของ
ขวัญมาให้เด็กเหล่านั้นตามพฤติกรรม
ของเขา ถึงแม้ว่าซานตาครอสเป็นเพียง
ตำ�นาน แต่ก็มีบทบาทสำ�คัญ ในการ
สร้างความผูกพันกับเด็กๆ ในแต่ละ
ครอบครัว เด็กๆ จะได้รับการบอกเล่า
ว่า คุณตาใจดีจะมาที่บ้านในกลางดึก
เพื่อเอาของขวัญมาให้ เป็นโอกาสที่พ่อแม่
จะทำ�ให้เด็กๆ ได้ตื่นเต้นสนุกสนาน
เพราะจริงๆ แล้วคุณตาที่เอาของมาให้ก็
คือคุณพ่อคุณแม่ของเด็กนั่นเอง  เรื่อง
ราวในลักษณะดังกล่าวนี้ เป็นตัวอย่างที่
ดีที่พ่อแม่จะใช้ เพื่อกล่อมเกลาให้ลูกๆ มี
ความรัก ความเมตตาต่อเพื่อนและสัตว์
จนกลายเป็นนิสัยติดตัวต่อไป
ขอให้มีความสุขในวันคริสต์มาสค่ะ
แม่ลู้ค-เลอา
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

13

วง SSO หรือ Sunrise String
Orchestra เป็นวงที่ก่อตั้งขึ้น โดยครู
ดนตรีกลุ่มหนึ่ง (ครูมิกะ ของเราก็อยู่ใน
กลุ่มนี้ด้วยค่ะ) ซึ่งอยากให้เด็กๆ ได้พัฒนา
ฝีมือในการเล่นเป็นวงดนตรีร่วมกัน ซึ่ง
การเล่นที่เต็มไปด้วยความสุข ความรักใน
ดนตรี ความตั้งใจ ความพยายาม และ
ความมีวินัยในการฝึกซ้อม ทำ�ให้ดนตรีที่
ออกมา มีความไพเราะ และอบอุ่น จึงไม่
น่าแปลกใจว่า ทำ�ไม วง SSO จึง
สามารถ ดำ�รงอยู่และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น
เรื่อยๆ แน่นอนว่า ไม่เพียงแต่กลุ่มครู
ดนตรี และสมาชิกของวงเท่านั้น แต่รวม
ถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ที่ให้ใช้สถานที่ในการฝึกซ้อม ผู้ดูแลเรื่อง
งบประมาณ ผู้ทำ�หน้าที่เรียบเรียงเสียง
ประสาน ทุกๆคนช่วยกันอย่างแข็งขันอย่าง
เต็มที่ จึงทำ�ให้วงก้าวต่อไปได้
อ่านมาถึงตรงนี้ คงมีหลายท่านกำ�ลังตั้ง
คำ�ถามว่า “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโรงเรียน
เราล่ะ” คำ�ตอบก็คือ มีความเกี่ยวข้อง
แน่นอนค่ะ อย่างแรก ครูมิกะ ของเรา
เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวง ข้อที่สอง ผู้ที่
เรียบเรียงเสียงประสานดนตรีสำ�หรับวงนี้
ก็คือ ครูเมิร์ฟ ครูสอน รีคอร์ดเดอร์
ของเรา ข้อที่สาม คุณป้าอุษา เป็นผู้ใหญ่
ใจดี ที่ให้ใช้ โรงเรียน เป็นสถานที่ฝึก
ซ้อมของวง ทุกวันอาทิตย์ค่ะ เริ่มเห็นความ
เกี่ยวข้องหรือยังคะ นอกจากนั้น พี่ๆ

14

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ชั้น ป.๕ ป.๖ และ ม.๑ หลายคน ก็เป็น
สมาชิกวงนี้ด้วย นี่ยังไม่รวม พี่ๆ ศิษย์เก่า
ไตรทักษะอีกหลายคนเลยนะ
ส่วนที่ไม่เกี่ยวกับวงนี้เลย ก็คือครูมัยเอง
แหละ ครูมัยเป็นแฟนเพลงที่จะติดตามชม
ผลงานของวงนี้ไปเรื่อยๆเท่านั้น แต่ครูโชค
ที่เป็นผู้อำ�นวยเพลงของวง ได้ฟังชื่อเสียง
ของการร้องเพลงของเด็กๆโรงเรียนเรา
(จากครูมิกะและครูเมิร์ฟ..ชัวร์) ก็เลยโทร
มาหาครูมัย เชิญให้เด็กๆ ไปแสดงร้อง
เพลงประสานเสียงร่วมกับวง ทั้งครูโชค
ครูมัย และครูเมิร์ฟ คุยกันอยู่หลายรอบ
และท้ายสุดก็ตกลงว่า เราจะร้องเพลงที่
เด็กๆ ส่วนใหญ่ได้หัดร้องกันอยู่แล้วใน
ตอนเรียนวิชาขับร้องกับครูมัย มีหัดเพลง
ใหม่อยู่ไม่กี่เพลง ครูมัยก็ตกลง แต่จะ
หนักหน่อยที่พี่ ป.๔ เพราะ พี่เขาเพิ่งจะ
เรียนการร้องประสานเสียงจริงๆ ได้
ประมาณ ๖ เดือน ฉะนั้น ก็ต้องหัดเพลง
ใหม่หลายเพลง ไม่เหมือนพี่ที่ชั้นโตกว่า
เพราะได้ร้องเพลงเหล่านี้มา ๒-๓ ปีแล้ว
แต่พี่ๆ ป.๔ ก็ตั้งใจกันมาก จึงสามารถ
หัดเพลงได้ทันพี่ๆ ทุกเพลง
เราออกแสดง Winter Concert ๒๐๐๙
ร่วมกับวง SSO ในฐานะ “คณะนักร้อง
ประสานเสียง โรงเรียนแสนสนุก

ไตรทักษะ” ที่หอประชุม Khunying
Sumanee Memorial Hallโรงเรียน
นานาชาติ Shrewsbury International
School เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓
เด็กๆ ร้องเพลงกันได้ดีมาก ครูมัยภูมิใจ
จนแทบจะลอยได้เลยค่ะ เราร้องกันทั้งหมด
๖ เพลง เพลงที่ประทับใจคนดูมากที่สุด
น่าจะเป็นเพลง “ช้าง” เพราะครูเมิร์ฟ
ได้เรียบเรียงเสียงประสานเพลงนี้ให้มีสีสัน
โดยให้เด็กๆ ตบมือ-ย่ำ�เท้า เป็นจังหวะ
ตอนแรกเราคุยกันไว้ว่า จะเอาเพลง Make
A Song For My Heart To Sing
เป็น เพลง อองกอร์ (หมายถึงเพลงแถม
ที่ผู้แสดงจะแสดงอีกครั้งเมื่อผู้ชมปรบมือให้
เป็นเวลานาน) แต่พอออกแสดง ครูโชค
ถึงได้รู้ว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่มีสีสันจริงๆ
ก็เลยเปลี่ยนใจ เอาเพลง “ช้าง” แทน
เปลี่ยนบนเวทีนั่นเลยค่ะ ขอกระซิบเล่าว่า
ในตอนซ้อม เราซ้อมกันบนห้องประชุม
ชั้น ๔ เด็กๆไม่ได้ใส่รองเท้า และพื้นก็
ปูพรม การย่ำ�เท้าเป็นจังหวะจึงไม่ค่อย
ชัดเจน ครูโชคค่อนข้างกังวลจุดนี้ทีเดียว
แต่ครูมัยยืนยันว่ามันจะดีขึ้นเมื่อเด็กๆ
ใส่รองเท้า และไม่ได้ย่ำ�อยู่บนพรม
เด็กๆ ไม่รู้หรอกนะว่า คนที่มาฟัง

การแสดงครั้งนี้ มีใครบ้าง แต่ที่น่าจะรู้
กันแล้ว ก็คือ ประธานในการแสดง
ฯพณฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรี นอกจากนั้นก็มีครู
ดนตรีที่มีชื่อเสียงหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น
“อาจารย์ปู่” อ.ชูชาติ พิทักษากร ที่มา
แสดงการเดี่ยววิโอลา อ.สุดา พนมยงค์
ที่มาแสดงการเดี่ยวเปียโน และในที่นั่งผู้ชม
ก็มี อ.ดุษฏี พนมยงค์ อาจารย์สอน
ร้องเพลงที่มีอาวุโสและชื่อเสียงมาก และ
ยังมี อ.จามร ศุภผล อาจารย์สอนวิชาเปียโน
ของมหาวิทยาลัย ศิลปากร และอีกหลายๆ
ท่าน ที่พอครูมัยได้พบก่อนเด็กๆ จะแสดง
ก็รู้สึกหวั่นๆเหมือนกัน ว่าเด็กๆ จะทำ�ได้ดี
หรือไม่ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ดีมาก
เป็นที่ประทับใจของผู้ชมทุกท่านค่ะ
ครูมัย ขอบคุณเด็กๆ ทุกคนที่ร่วมร้อง
เพลงไปด้วยกัน และขอบคุณผู้ที่คอยเป็น
กำ�ลังใจให้ด้วยค่ะ การออกแสดงสู่
สาธารณะชนครั้งแรกของเด็กๆ เป็นการ
แสดงที่มีความหมายกับทั้งครูมัยและเด็กๆ
มาก คณะนักร้องประสานเสียงหลายคณะ
ทั้งคณะที่เป็นผู้ใหญ่ และคณะที่เป็นรุ่นเยาว์
มีไม่กี่คณะที่มีโอกาสร้องกับวงออร์เคสตรา
นะคะ แต่การแสดงครั้งแรกของเรา
ก็ได้ออกแสดงกับวงออร์เคสตราเลย
(เท่ห์จริงๆ) สิ่งสำ�คัญที่สุดที่เราได้รับจาก
การแสดงครั้งนี้ คือความรู้สึกที่ว่า เสียง
ของเรา สามารถนำ�ความสุขมาสู่คนฟัง
ได้ความภูมิใจ ความประทับใจกับการเป็น

ผู้แสดง เป็นผู้ให้ความสุขแก่ผู้ฟัง
ทุกๆคน จะช่วยทำ�ให้เด็กๆ
เติบโตขึ้นอย่างภาคภูมิ
ครูมัย
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

15

เรือ่ งเล่าจากครูอร

คุณแม่มือใหม่

16

...ดวงดาวเจ้าเฝ้ามอง จากสวรรค์เบื้องบน
ยามเด็กน้อยก้าวเดิน ลงมายังโลก
เทพคุ้มครองช่วยเจ้า เพื่อให้ในโลกนี้
ดวงใจของเด็กน้อย สว่างดั่งดวงดาว...

น่ามหัศจรรย์ใจ เมื่อนึกขึ้นมาว่า เด็กชาย ๒ คน ที่มีจิตวิญญาณ
ต่างกันเกิดมีใจตรงกัน เลือกมาเกิดกับพ่อแม่คู่หนึ่งพร้อมกัน แต่ไม่ใช่
ธรรมดาเลยสำ�หรับแม่ที่อุ้มท้องแรก ซึ่งก็คงตื่นเต้นไม่ต่างจากคุณแม่
ทุกคนที่รู้ว่ากำ�ลังจะมีลูก แต่พอท้องได้ ๕ เดือน ผู้ปกครองและเพื่อน
ครูเริ่มทัก “ครูต่อ ทำ�ไมท้องใหญ่จัง ได้ลูกแฝดหรือเปล่า นับเดือนผิด
หรือเปล่า” หลายเสียงมากจนพอถึงเดือนที่ ๖ คราวใดที่ครูต่อรู้สึกว่า
ท้องแข็งขึ้นมาพร้อมๆ กัน ๒ ข้าง ก็เริ่มคิด “เอ หรือเราจะมีลูกแฝด”
แต่ผลอุลตร้าซาวด์ตอน ๕ เดือนบอกแค่ว่าครูต่อได้ลูกชายแข็งแรงดี
ไม่ได้บอกว่าจะได้ลูกแฝดนี่ เดือนที่เจ็ด เมื่อย้ายโรงพยาบาลไปที่ศิริราช
หลังจากอุลตร้าซาวด์อีกครั้งเพื่อยืนยันอายุครรภ์ จึงได้ทราบว่าจะได้
ลูกแฝดชาย.....ช็อคเลยค่ะ....จริงหรือนี่ ตามมาด้วย โอย...จะไหวไหมนี่
ในท้องที่ใหญ่โตมีทารกชาย ๒ คนจริงๆ ด้วย ต้องปรับแผนใหม่หมด
ใครจะช่วยเราดูแลนะ อีกหลายๆ เรื่องตามมาจนเริ่มวิตกจริต แต่ใน
ที่สุดก็คิดตกว่า “เมื่อลูกไว้วางใจเลือกเราเป็นพ่อแม่กันแล้ว เราก็ต้อง
ทำ�หน้าที่ให้ดีที่สุด” คิดบวกต่อไปว่า ประสบการณ์เป็นครูอนุบาลดูแล
เด็กๆ ๒๐ กว่าคนในห้องมาหลายปี คงจะช่วยให้ครูต่อสอบผ่านการ
เป็นแม่ที่ดีและมีความสุขไปด้วยได้ เช่นเดียวกับเมื่ออยู่กับเด็กๆ ในห้อง
แสงตะวันอย่างแน่นอน และกลับกันการเป็นแม่ของเจ้าหนูพร้อมกัน
ทีเดียวสองคน คงจะทำ�ให้ความเป็นครูอนุบาลของครูต่อสมบูรณ์ขึ้นด้วย
ครูต่อขอใช้หน้ากระดาษนี้ขอบพระคุณชาวชุมชนแสนสนุกไตรทักษะ
สำ�หรับกำ�ลังใจ ความเอื้อเฟื้อ และคำ�แนะนำ�ดีๆ ที่มอบให้ด้วยค่ะ


จาก ครูต่อ คุณแม่มือใหม่
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ไส้เดือนแสนสวย

ฉบับที่แล้วครูเอ๊ะและครูอรได้
เล่าเรื่องเกี่ยวกับการไปดูฟาร์มไส้เดือนและ
การทำ�เกษตรอินทรีย์ หลังจากนั้นพี่แชมป์
ครูเอ๊ะ เด็กๆ และผู้ปกครองก็ได้ช่วยกัน
สร้างบ่อขึ้นมา ๒ บ่อ ในสนามเล็ก
จากวันนั้นเราก็ตั้งตารอว่าเมื่อไหร่จะมี
ไส้เดือนมาอยู่เสียที ปกติดินตรงไหนอุดม
สมบูรณ์มีเศษใบไม้เยอะๆและชื้นตรงนั้นก็
จะเป็นที่ไส้เดือนชอบมาก กว่าเราจะเตรียม
บ่อได้ดีสะอาดตามที่พี่แชมป์บอกก็ใช้เวลา
ร่วมเดือน และไม่นานมานี่เองที่พี่แชมป์ย้าย
ไส้เดือนสุดรักจากบ้านเก่ามายังโรงเรียน
แสนสนุกไตรทักษะ พี่แชมป์ยังชี้แหล่ง
ชุมนุมไส้เดือนที่สวนสาธารณะแถวคลองจั่น
ให้ด้วย เพื่อการเรียนรู้ของเด็กครูเอ๊ะและ
ครูอรยอมแปลงร่างเป็นพรานไปล่าไส้เดือน
จากกองขยะสูงท่วมหัวกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
ได้ไส้เดือนเป็นกิโล วันนั้นเด็กๆ ประถม
ตื่นเต้นกันมากเลย เพราะน้องอนุบาลยัง
ไม่เปิด ประถมจึงโชคดีได้รู้จักไส้เดือนก่อน
น้องๆ สายพันธุ์ที่เรานำ�มาเลี้ยงมีสองพันธุ์
บ่อแรกเป็นสายพันธุ์เก่าขี้ตาแร่ บ่อที่สอง
เรียกว่าไส้เดือนแดงตัวจะออกสีแดงกว่า
ขี้ตาแร่ ทั้งสองสายพันธุ์มีคุณสมบัติในการ
ย่อยอาหารได้เร็ว(ไส้เดือนมีความสามารถ
พิเศษคือผลิตปุ๋ยได้เร็วที่สุดในโลก) พอ
ครบ ๓ เดือนดินและเศษอาหารในบ่อก็จะ
กลายเป็นปุ๋ยคุณภาพดีที่สุดในโลก

น้องอนุบาลตื่นเต้นไม่แพ้พี่ประถม
เมื่อเห็นไส้เดือนขึ้นมากินอาหารอย่าง

เอร็ดอร่อย แต่มีอีกคนที่ตื่นเต้นไม่แพ้เด็ก
วันหนึ่งครูเอ๊ะวิ่งมาบอกครูอรอย่างตื่นเต้น
ว่า ครูอรมาดูเร็วไส้เดือนขึ้นมากินอาหาร
เยอะมากสวยมากด้วย (จริงๆ ที่ครูอร
เคยเห็นน่ะแค่ตัวสองตัว) แต่ครูอรก็ตอบ
ครูเอ๊ะไปว่า เคยเห็นแล้ว (ทำ�เสียงทำ�นอง
ว่าครูเอ๊ะต้องทำ�ไมตื่นเต้นขนาดนี้นะ) แต่ที่
จริงมันก็สวยจริงๆ นะ

เมื่อภาคเรียนที่แล้วคณะครู
อนุบาลและผู้ปกครองได้มาช่วยกันปรับปรุง
สนามอนุบาลกันใหม่ได้ทำ�การย้ายบ้าน
ให้ใส้เดือนไปอยู่ด้านนอก ก่อนหน้านี้เรา
ได้เก็บปุ๋ยที่ไส้เดือนผลิตไปใช้ได้รอบหนึ่ง
แล้วขณะนี้เรากำ�ลังเลี้ยงรุ่นที่ ๒ กันอยู่ค่ะ
น่าตื่นเต้นไม่แพ้กันค่ะ เพราะเกิดเหตุการณ์
ที่น่าสลดใจขึ้นเมื่อมีจิ้งจกและหนูลงไปกิน
ไส้เดือนของเราเกือบหมดและสิ่งที่น่ากลัว
อีกอย่างคือน้ำ�ฝนค่ะ เพราะจะพาไส้เดือน
ของเราหายไปกับน้ำ�ในพริบตากระเบื้อง
แผ่นเรียบเป็นที่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้
ค่ะ ถ้าท่านใดจะกรุณาก็แจ้งความประสงค์
ที่ครูเอ๊ะและครูอรได้เลยค่ะ โชคดีที่ยังมี
ไส้เดือนตัวเล็กๆ ที่พึ่งคลอดฝังตัวอยู่ในดิน
และตอนนี้ก็เติบโตขึ้นมากินผลไม้ที่เด็ก
นำ�ไปให้อย่างเอร็ดอร่อยค่ะ ขอบอกค่ะว่า
ไส้เดือนของเราชอบมะละกอมากค่ะ
(คนเลี้ยงยอมอดไว้ให้เลยค่ะ)

ครูอร

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

17

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
อากาศเริ่มหนาวเย็น ฟ้าก็เริ่มมืดครึ้ม
เวลาตื่นนอนตอนเช้าจะสัมผัสได้ถึง
สายลมที่พัดผ่านอย่างแผ่วเบา บางที
ขนลุกซู่ ช่วงบ่ายอากาศจะร้อนมาก
บางทีก็มีฝนตก อากาศในแต่ละวัน
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนเราปรับตัว
ไม่ทัน ครูสังเกตเห็นว่าเด็กๆ ไม่สบาย
กันมาก เด็กๆ ในห้องอิ่มอุ่นไม่สบาย
สลับสับเปลี่ยนมาไม่ครบกันสักที
ครูเป็นห่วงเด็กๆ มาก จึงอยากให้
คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงการดูแลลูก
และเตรียมร่างกายลูกให้อบอุ่นอยู่เสมอ
ป้องกันลูกๆ ให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัด
เพราะจากการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ที่
ลูกไม่สบายเด็กจะมีไข้สูงถึง ๔๐ องศา
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ตอนนี้
ผู้ปกครองหลายท่านก็มาเสนอตัวขอเข้า
มาช่วยดูแลทำ�ความสะอาดห้องเรียน
ครูยินดีมากที่ผู้ปกครองให้ความสำ�คัญ
กับเรื่องนี้ นอกจากจะได้ช่วยเด็กๆ แล้ว
ยังลดความกังวลของผู้ปกครองได้
ส่วนหนึ่ง
ครูเอ๊ะมีเรื่องเล่าค่ะ หลังจากที่เด็กๆ ได้
หยุดพักผ่อนเสาร์อาทิตย์ พอวันจันทร์
ครูสังเกตเห็นเด็กบางคนซึม อ่อนเพลีย
ไม่ค่อยสดชื่น หลังจากนั้นเด็กก็มี

18

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

อาการไข้ขึ้น บางคนไอ มีน้ำ�มูก ซึ่งครู
เห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะเด็กที่
ไม่สบายแล้วมาโรงเรียน ไม่เพียงแต่จะ
มาติดเพื่อนๆ แล้วยังมาติดครูได้ด้วย
ถ้าครูไม่สบายสักหนึ่งคนก็มีผลทำ�ให้
การดูแลเด็กของครูอีกคนค่อนข้าง
ลำ�บากไปด้วย ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้
เกิดขึ้นเฉพาะเพื่อนๆ ครู ผู้ปกครองที่มี
ความกังวลเท่านั้น ตัวเด็กเองที่ป่วยก็ได้
รับผลกระทบ เพราะนอกจากเด็กจะ
ไม่ได้พักผ่อนเต็มที่แล้ว ผู้ปกครองบาง
คนที่พาลูกมา แต่เมื่อครูพบว่าเด็กป่วย
และต้องให้กลับบ้าน เด็กรู้สึกเสียใจ
ขาดความเชื่อมั่นทำ�ให้ไม่อยากมาโรงเรียน
อีก ครูเอ๊ะจึงอยากให้ผู้ปกครองช่วย
สังเกตลูก ถ้ามีอาการซึม อ่อนเพลีย
ไม่สดชื่น มีไข้ ไอ มีน้ำ�มูกไม่ต้องนำ�
ลูกมาที่โรงเรียน ครูเอ๊ะขอขอบพระคุณ
ผู้ปกครองที่ให้ความดูแลเอาใจใส่ลูกๆ
และให้ความร่วมมือกับครูด้วยดีเสมอมา
ครูมีกำ�ลังใจและสุขใจที่ได้เห็นเด็กๆ มี
ร่างกายที่แข็งแรง มีจิตใจที่เข้มแข็ง มา
โรงเรียนอย่างมีความสุข

ขนมปุยฝ้ายแสนสนุก

เช้าวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนธันวาคม ณ ห้องแสงตะวัน
ขณะที่เด็กๆ กำ�ลังช่วยกันปลุกพี่ของเล่น ก็มีเสียงเด็กกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า
“สวัสดีปีใหม่ครับ/ค่ะ” ทั้งครูและเด็กในห้องแสงตะวันพากันหันขวับ
ไปตามเสียงนั้น ปรากฎว่าเป็นเสียงของเพื่อนๆ ห้องอื่นนั่นเอง
ซึ่งนำ�ตะกร้าขนมมาให้เด็กห้องแสงตะวันรับประทาน และแล้วก็มีเสียง
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “คุณครูขา เมื่อไหร่ห้องของเราจะทำ�
ขนมไปแจกห้องอื่นบ้างคะ” คุณครูยิ้มให้และตอบว่า “พรุ่งนี้หนู
มาโรงเรียนแต่เช้า แล้วเรามาช่วยกันทำ�ขนมไปแจกห้องอื่นบ้างค่ะ”

เช้าวันต่อมา เด็กหญิงคนเดิมก็มาโรงเรียนแต่เช้า แล้วรีบมา
ช่วยคุณครูทำ�ขนมปุยฝ้าย ไม่นานก็มีเพื่อนๆ เข้ามาร่วมล้อมวงทำ�ขนม
ปุยฝ้าย ไม่นานขนมก็ทยอยเข้าสู่เตาอบและเริ่มส่งกลิ่นหอมออกมา
จากเตา ทันใดนั้นก็มีเสียงเด็กชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า “คุณครูครับ
แล้วเราจะได้ทานขนมปุยฝ้ายหรือเปล่าครับ” คุณครูตอบว่า “ได้ทานสิคะ”
“ไชโย” เสียงของเด็กชายเฮลั่น ในช่วงบ่ายของวันนั้น เด็กๆ ก็
รับประทานขนมปุยฝ้ายอย่างเอร็ดอร่อย และเมื่อรับประทานเสร็จแล้ว
เด็กๆ ก็กุลีกุจอนำ�ขนมปุยฝ้ายจากฝีมือของตนเองไปแจกเพื่อนๆ
ห้องอื่นทีละห้องจนครบทุกห้อง พร้อมกับกล่าวคำ�ว่า “สวัสดีปีใหม่
จากห้องแสงตะวันครับ/ค่ะ” และในเย็นวันนั้น เด็กๆ ก็กลับบ้าน
อย่างมีความสุข

ครูเอื้อง ห้องแสงตะวัน

ด้วยความรักและห่วงใย
ครูเอ๊ะ และครูกิ่ง
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

19

กลับมา
้ดวยความคิดถึง

เปิดเทอมมาก็ได้ยินเสียงเจรจาของเด็กๆ มากมาย “เราไปเที่ยว
เชียงรายมาด้วยไปขึ้นเขามา สนุกมากเลย “คุณพ่อคุณแม่พาไปเที่ยวสนุก
มากเลย ไปเที่ยวสวนสัตว์มาเจอเสือด้วย” คุณครูได้ยินเสียงเจรจาก็ได้แต่
ยิ้มให้เด็กๆ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังแว่วขึ้นมา “เราได้ดูทีวีด้วย
ตั้งหลายเรื่อง สนุกๆ ทั้งนั้นเลย” คุณครูหันมองไปตามเสียงนั้นทันที
เมื่อมองไปถึงต้นเสียงในใจก็พลางคิดว่า “มาจากไหนเนี่ย”

สิ่งที่เกิดขึ้นอาทิตย์แรกหลังเปิดเทอม ขณะที่คุณครูตั้งอกตั้งใจกับ
การทำ�งานฝีมือโดยคอยฟังเสียงเจรจาของเด็กๆ ในเรื่องต่างๆ จนเมื่อเวลา
ผ่านไปซึ่งจะใกล้เวลาที่ของเล่นจะเข้านอนและคุณครูกำ�ลังทยอยเก็บงานฝีมือ
เด็กๆ ในห้องก็พากันทยอยเอาของเล่นเข้านอน ก่อนที่จะถึงเวลาเอาของเล่น
เข้านอนจนของเล่นเข้านอนหมดทุกอย่าง เด็กๆ ในห้องก็วิ่งมาบอกคุณครู
ว่า “คุณครูค่ะ/ครับของเล่นเข้าบ้านกันหมดแล้ว พวกหนูพากันเอาเข้าบ้าน
หมดแล้วคุณครูจะได้ไม่เหนื่อย” จากปกติแม้จะถึงเวลาของเล่นเข้านอนก็จะ
โอ้เอ้กันไม่ค่อยอยากเก็บ “เก็บของเล่นแล้วยังไม่ทันได้เล่นเลย ทำ�ไมคุณครู
ถึงเก็บเร็วจังเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะมาแต่เช้าๆ จะได้เล่นนานๆ”

คุณครูมองดูเด็กแล้วหันมองไปรอบๆ ห้องอย่างตื้นตันใจ ในใจ
พลางคิดว่า “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย น่ารักจังเลย เป็นอย่างนี้บ่อยๆ ก็คงดีนะ”
คุณครูยิ้มให้เด็กๆ แล้วก็พูดขึ้นมาว่า “งั้นวันนี้เราออกไปเล่นข้างนอกเร็วกว่า
ทุกวันแล้วกันนะค่ะ เสียง “เย้” ก็ดังกึกก้องไปทั่วห้อง
ครูแดง ห้องจันทร์ฉาย

20

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ต้วมเตี้ยม

ต้วม ต้วม เตี้ยม เตี้ยม ออกมาจากไข่
เจ้าหนอนตัวใหญ่ลูกใครกันหนา กระดึ๊บ กระดึ๊บไป
บนใบไม้อ่อน กัดๆ กินๆ อิ่มแล้วก็นอน อิ่มแล้ว
เจ้าหนอนนอนชักใยท่วมตัว

เย็นวันหนึ่งขณะที่ครูกำ�ลังเก็บของเตรียมตัว
กลับบ้านและกำ�ลังปิดหน้าต่างนั่นเอง ก็มองเห็นเจ้า
หนอนตัวใหญ่ไต่กระดึ๊บๆ อยู่ที่ประตูเหล็กหน้าโรงเรียน
และเกาะนิ่งๆ อยู่ที่ประตูไม่ยอมเดินทางต่อ ทำ�ให้ครูต้องกลับบ้านทางประตูหลัง
(แค่กลัวนิดเดียวเอง)

วันต่อมาเด็กคนหนึ่งตะโกนว่ามีอะไรสีขาวๆ เกาะอยู่ตรงประตู ครูและ
เพื่อนๆ เดินไปดู ครูยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ปล่อยให้เด็กๆ สนทนากันต่อไป “ขี้โคลนมั้ง”
“หมากฝรั่งมั้ง” “ไม่ใช่ขี้ผึ้งต่างหาก” และหลังจากนั้นเด็กๆ ก็ไม่ได้สนใจมันอีกเลย
เวลาผ่านไป ๓-๔ วัน เด็กชายคนหนึ่งเกาะอยู่ที่หน้าต่างและบอกครูว่า “ครูครับ
มาดูเร็วมีตัวอะไรเกาะอยู่บนก้อนสีขาวนั่น มันมีสีเหลืองและมีจุดๆ เหมือนผีเสื้อเลย”
ครูยิ้มและชักชวนให้ครูเวรหน้าประตูดู จากนั้นเด็กชายคนเดิมก็จะคอยชักชวนเพื่อน
ที่เพิ่งเดินเข้าประตูมาดูเป็นระยะ หนอนผีเสื้อเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจของเด็กๆ
ห้องจิตประภัสสร รวมทั้งเด็กนักเรียนและผู้ปกครองของ
ชาวแสนสนุกไตรทักษะอย่างมาก
ผีเสื้อเกาะติดอยู่กับดักแด้ ๓ วัน และวันที่ ๔ ก็หายไป
เด็กๆ เฝ้าดูทุกวัน และเมื่อมันหายไปจึงถาม
ครูว่า “มันไปไหนเหรอครับ” ครูตอบว่า “เขาบิน
ไปเที่ยวชมดอกไม้ทุกๆ ดอกในโรงเรียนไงล่ะคะ
แล้วเดี๋ยวเขาก็จะกลับมาเยี่ยมเด็กๆ เหมือนผีเสื้อ
นก และแมลงตัวอื่นๆ ที่เคยบินเข้ามาในห้องของเรา
เพื่อทักทายเด็กๆ” เด็กๆ ใจจดใจจ่อเฝ้ารอผีเสื้อแสนสวย
ตัวนั้นกลับมา
ครูจูน ห้องจิตประภัสสร
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

21

ขออีก

ฤดูหนาวปีนี้ช่างสั้นนัก แต่ก็
เป็นฤดูหนาวที่มีค่าของเด็กๆ เป็น
ฤดูหนาวที่เด็กๆ รอคอยให้มาถึงเร็วๆ
เพราะพวกเขาจะรู้ว่า ถึงเวลาที่เราจะไป
ปิกนิกแล้วสินะ ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน
ห้องต้นกล้าของเราจะทำ�ขนมกล้วยบวชชี

และแล้วเช้าวันที่เด็กๆ รอคอย
ก็มาถึง เมื่อเด็กๆ มาถึงห้องและเก็บ
กระเป๋าของตนเองเข้าที่เรียบร้อยแล้ว
ก็รีบมาช่วยคุณครูจัดเตรียมอุปกรณ์และ
วัตถุดิบในการทำ�กล้วยบวชชีแสนอร่อย
ทั้งพี่โตและน้องเล็กต่างก็โกลาหล
ขนอุปกรณ์ไปที่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้าน
คุณป้าอุษา สถานที่ๆ เราจะไปปิกนิกกัน
เมื่อไปถึงเด็กๆ ช่วยกันปูเสื่อสำ�หรับนั่ง
เด็กผู้หญิงช่วยกันนำ�กล้วยไปล้างน้ำ�
ให้สะอาดและนำ�มาหั่นเป็นชิ้นๆ จากนั้น
เริ่มคั้นน้ำ�กะทิ ส่วนเด็กผู้ชายออกไปช่วย
กันหาเศษกิ่งไม้และใบไม้แห้งเพื่อนำ�มา
เป็นเชื้อเพลิงในการก่อไฟ เด็กๆ สนใจ
ช่วยกันทำ�และชอบขั้นตอนการปรุง เมื่อ
ต้มกล้วยในน้ำ�กะทิสุกแล้ว เด็กๆ ก็เริ่ม
ใส่น้ำ�ตาลและเกลือลงไป สลับกับการ
ชิมไปด้วย “อุ้ย! ยังไม่หวานเลยค่ะ
คุณครูต้องเติมน้ำ�ตาลอีกค่ะ” ส่วนน้อง
เล็กๆ ที่พากันวิ่งเล่นอยู่รอบๆ ก็จะคอย
เข้ามาถามเป็นระยะๆ ว่า “เสร็จรึยัง

22

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ครับ/คะ” “หนูหิวแล้ว” จนคุณครูต้อง
บอกว่า “รออีกหน่อยค่ะ” เมื่อปรุงได้ที่
ดีแล้ว คุณครูก็ยกหม้อขนมลงจากเตา
เด็กๆ เห็นดังนั้นก็พากันร้องเรียกเพื่อน
เสียงเจื้อยแจ้วว่าเสร็จแล้ว

ขณะที่ครูตักขนมให้เด็กๆ ครบ
ทุกคนแล้ว เราก็เริ่มขอบคุณอาหารกัน
ทุกคนรับประทานขนมกล้วยบวชชี
กันอย่างเอร็ดอร่อย เด็กๆ มาขอเติมกัน
ทุกคน แต่ที่ครูต้องประหลาดใจ คือ
มีเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งโดยปกติจะไม่ชอบ
ทานขนม แต่ครั้งนี้กลับมาขอเติมถึง
๓ ครั้ง จนครูต้องบอกว่า “หมดแล้วค่ะ”
เมื่อรับประทานเสร็จแล้ว คุณครูและ
เด็กๆ ต่างช่วยกันเก็บอุปกรณ์และ
ทำ�ความสะอาดอย่างเรียบร้อย

จะเห็นได้ว่า เด็กๆ ทุกคนต่าง
ช่วยกันทำ�ขนมกล้วยบวชชี ถึงแม้ว่าจะ
ไม่อร่อยในรสชาติของผู้ใหญ่ แต่ความ
รู้สึกของเด็กๆ เมื่อได้ลงมือทำ�เองทุก
ขั้นตอน ทุกอย่างจะอร่อยสำ�หรับเขา
แล้วเด็กๆ ก็เกิดความภาคภูมิใจที่ได้
ร่วมมือกันทำ�จนเสร็จ อีกทั้งยังได้แบ่ง
กันรับประทาน ทำ�ให้เด็กๆ รู้จักการ
แบ่งปันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ครูหนึ่ง & ครูฝน

ห้องต้นกล้า

เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕-๒๙ มกราคมที่
ผ่านมาเด็กๆ ห้องความรักได้ไปค่ายที่
กำ�แพงแสนกับเพื่อนห้องป.๔ ไปด้วย
กัน ๕ คนมี พี่พราว พี่คมธัช เจมส์
เรย์ และพี่ดิว การไปค่ายครั้งนี้ครู
เก๋ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในตัวเด็ก
ทั้งห้าคน เด็กๆได้มีส่วนร่วมในการ
ทำ�งานมาก ไม่ได้ยินเสียงบ่นเลย พวก
เราได้ลงมือทำ�ความสะอาดคอกวัว ได้
ให้อาหารวัว ให้นมวัว เข็นรถขนหญ้า
เด็กๆ ให้ความสนใจกับงานที่ได้รับ
มอบหมาย และมีเรื่องที่น่ารักมากมาย
ในการไปค่ายครั้งนี้ เริ่มจากคนแรก

พี่คมธัช วันแรกพี่คมธัชก็ได้รับ
มอบหมายหน้าที่ทำ�ความสะอาดคอกวัว
คมธัชขยันมากทำ�ไม่หยุดเลยทั้งกวาด
เศษหญ้า ล้างคอก ขนหญ้าให้วัว หลัง
เสร็จงานก็ไม่ไปไหน ใช้เวลาว่างนั่งคุย
กับแม่วัวที่อยู่ในคอก พอวันทีต่ ้องเปลี่ยน
หน้าที่ให้ย้ายไปดูแลคอก
ลูกวัว คมธัชจะคอยแอบมาที่
คอกแม่วัวตลอดและขอให้ครู
พาไปคอกแม่วัว พอเข้าวันที่
สามหลังจากเสร็จงาน

ค่ายนี้น่ารัก

ตอนบ่ายพี่คมธัชเดินมานั่งที่โต๊ะถอด
หมวกแล้วนั่งพร้อมกับถอนหายใจแรงๆ
และมีเสียงตามมาว่า “จะลาออกแล้ว”
แต่ครูก็ไม่ได้ว่าอะไร

คนต่อมา พี่พราว เป็นครั้งแรก
ที่พราวได้มาค่ายกับเพื่อนและครูเก๋
เห็นพราวทำ�งานอย่างสนใจและตั้งใจ
ไม่บ่นเลย ไม่แยกตัวออกไปอยู่คนเดียว
ตามกลุ่มเพื่อนป.๔ ตลอด เพื่อนทำ�อะไร
พราวทำ�ด้วย มีวันแรกที่ครูให้พราวล้าง
คอกวัว พราวกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมเข้ามา
ในคอก พอครูบอกว่าเข้ามาเลย พราว
ก็เข้ามา แต่ยืนย่ำ�เท้าอยู่กับที่แล้วบอกว่า
“พราวไม่เอา พราวไม่เอา พราวเหม็น”
แต่สักพักเห็นน้องป.๔ ล้างคอกวัวพราว
ก็เดินเข้ามาช่วยและไม่มีเสียงบ่นอีก เวลา
ช่วยขนหญ้าให้วัวก็ขนไม่หยุดจนครูต้อง
บอกว่าพอก่อนเพราะมันล้นแล้ว พราว
ชอบคอกลูกวัวมาก ชอบให้นมลูกวัวนั่ง
มองลูกวัวและตั้งชื่อตัวที่
พราวชอบว่า “เจ้า spirit”
เป็นลูกวัวสีน้ำ�ตาลเพศเมีย
และอีกอย่างที่พราวชอบ
มาก คือ คุณลุงโจ้ (อา
จารย์โจ้) ที่อยู่ในฟาร์ม
โคนมแห่งนี้ ทุกครั้งที่
พราวเจอลุงโจ้จะทิ้งครู
เก๋แล้วไปจิ้มที่พุงคุณลุง
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

23

โจ้ทันที พอกลับจากฟาร์มพราวอาบ
น้ำ�เสร็จมานั่งที่ที่นอนตัวเองแล้วหยิบ
หนังสือนิทานทีเ่ ตรียมมาจากบ้านมาเล่า
ให้น้อง ป.๔ ฟัง ซึ่งเนื่อเรื่องที่พราว
เล่าไม่ได้ตรงกับในหนังสือเลยแต่น้อง
ป.๔ ก็ขอให้พราวเล่าให้ฟังทุกเย็น หลัง
อาบน้ำ�

เจมส์ คนนี้ชอบเข็นรถเข็นหญ้า
มาก เลยได้รับมอบหมายหน้าที่ประจำ�
คือเข็นรถขนหญ้า วันแรกที่เจมส์เจอวัว
เจมส์ยื่นมือไปแตะที่หัวของวัวด้วยอากา
รกล้าๆกลัวๆ แต่ต่อมาก็จับด้วยความ
ชอบ แต่สิ่งหนึ่ง
ที่เจมส์ชอบยิ่ง
กว่าอะไรทั้งหมด
นั่นคือรถสกา
ยแร็พ (รถ
สามล้อ) ไม่ว่า
เจมส์จะ
ทำ�อะไรอยู่
ก็ตามถ้าเห็นรถ
สกายแร็พมา
เจมส์จะทิ้งแล้ว
เดินตรงไปหารถทันที ครั้งแรกที่เจมส์
ได้ขึ้นรถเจมส์ยิ้มสีหน้ามีความสุขมาก
แค่ได้ยินเสียงเจมส์ก็รู้แล้วว่ารถสกายแร็
พกำ�ลังมา สอง สามวันแรกเจมส์ยัง
จำ�ชื่อรถไม่ได้ จะเรียกทุกชื่อ ทั้งขอรถ
กะบะ รถบรรทุก รถดับเพลิง รถ
ตำ�รวจ

เรย์ การมาค่ายครั้งนี้ครูเก๋
ไม่เห็นเรย์ร้องไห้เลยและเรย์ทำ�งานอย่าง

24

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ตั้งใจมากพอเรย์
ทำ�งานแล้วเหงื่อ
ออกแก้มเป็น
สีแดงอมชมพู
น่ารัก เรย์เป็น
นาฬิกาปลุก
อย่างดีเลยที
เดียว เพราะพอตีห้าปุ๊บครูจะได้ยินเสียง
เรย์ฮำ�เพลงทุกวัน

พี่ดิว เป็นครั้งแรกที่พี่ดิวได้มา
ค่ายนานๆ อย่างนี้ ทำ�ให้ครูเก๋ได้เห็นว่า
พี่ดิวทำ�อะไรหลายๆ อย่างได้ดี โดยที่
ไม่ต้องช่วยเลย ส่วนที่ฟาร์มพี่ดิวก็ทำ�
อย่างตั้งใจทั้งขนหญ้าให้วัว ขนหญ้าเก่า
ไปทิ้ง พี่ดิวก็ทำ�จนเสร็จขั้นตอน

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของ
ห้องความรักที่น่ารัก และคิดว่าปีหน้า
เด็กๆ ห้องความรักจะได้ไปที่ฟาร์มแห่งนี้
ทุกคน มีเรื่องราวที่น่ารักอีกมากมาย
ที่ไม่สามารถบรรยายได้หมดในครั้งเดียว
ถ้ามีโอกาสจะมาบรรยายใหม่นะคะ

ครูเก๋ ห้องความรัก

คาถาไล่ฝน

ท้องฟ้าครึ้มมืด เมฆดำ�ลอยต่ำ� เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสายฝน
กำ�ลังจะโปรยปรายลงมา ในห้องน้องเล็กของตึกประถมจะมีเสียงใสๆ ช่วย
กันขับขานบทเพลงอย่างไพเราะ

Rain, Rain, Go Away

Come Again Another Day

Little Children want to Play (Swim)

Rain, Rain, Go Away.
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ากำ�ลังเรียนภาษาอังกฤษกับ Miss แป๋ม แต่ความ
จริงแล้วเป็นคาถาไล่ฝนที่เด็กๆ ต่างพร้อมใจกันร้องเวลาที่สายฝนจะตกลง
มาทำ�ให้ไม่ได้ไปเล่นข้างล่างหรือว่ายน้ำ�
ไม่รู้ว่าคาถานี้ศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน แต่ร้องกันทีไร Rain ก็มัก Go Away 
ให้เด็กไปวิ่งเล่นหรือไปว่ายน้ำ�ได้สมใจ
ขอบคุณ Miss แป๋มสำ�หรับคาถาไล่ฝนที่แสนไพเราะค่ะ
ครูหมวย ป.๑

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

25

ก้าวย่างแห่งการเติบโต

คำ�ถามที่ต้อง
รอคอย....
ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนไป ตอนนี้เผลอแป๊บเดียวก็จะสิ้นปีการศึกษาแล้ว
เด็ก ป.๒ มีคำ�ถามกับคุณครูอยู่บ่อยๆ ว่า “เมื่อไหร่จะเป็นพี่ ป.๓ ล่ะครับ”
ครูจึงถามว่า “มีอะไรหรือคะ” “ก็เป็นพี่ ป.๓ จะได้ไปเที่ยวนอกโรงเรียน
แบบพี่ไงครับ (เข้าค่าย)” สำ�หรับน้องๆ แล้ว การเฝ้ามองพี่ๆ ออกไปพบเจอ
ประสบการณ์นอกโรงเรียน ได้เห็นสิ่งแปลกใหม่ เป็นประสบการณ์ที่พวก
เด็กๆ รอคอย
รวมไปถึงการเฝ้ามองชุมชนของโรงเรียน ทุกสิ่งทุกอย่างเต็มไปด้วยพลัง
ขับเคลื่อนที่อยู่ภายในตัวของเด็กและรอคอยว่าสักวันจะได้ทำ�สิ่งที่พวกเขารอ
ด้วยความมุ่งมั่น
มีอยู่วันหนึ่งขณะกำ�ลังเรียนคณิตศาสตร์ เรื่องเครื่องหมาย มากกว่า
น้อยกว่า ครูให้เด็กๆ บอกว่ามีอะไรบ้างที่มากกว่า หรือ น้อยกว่า มีเด็กชาย
คนหนึ่งบอกว่า “ง่ายนิดเดียวครับ ก็ภูเขา มากกว่า พระอาทิตย์ ไงครับ”
เพื่อนๆ มองหน้ากันและพูดว่า “จริงด้วย”
เด็กมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ทำ�ให้สอดประสานออกมาเป็น
ความรู้ต่างๆ ได้กลมกลืน

26

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

จาก ครูน้ำ�ค้าง ป.๒

“เมื่อไหร่เราจะได้ขึ้น ป.๔ ซักที”
“คุณครูคะเมื่อไหร่เราจะได้ขึ้นชั้น ป.๔ คะ”
คำ�พูดเหล่านี้มักผ่านมาทำ�ให้ครูได้ยิน
เสมอๆ ส่วนใหญ่ครูมักจะยิ้มให้ บางที
ก็เงียบ หรืออาจบอกว่า “รออีกนิดนึง
นะคะ”

เอาละค่ะมาถึงเรื่องการเรียน
กันบ้าง ผู้ปกครองหลายท่านน่าจะ
ทราบกันแล้วว่าการเรียนของเด็กช่วงวัยนี้
มีเนื้อหาวิชาใหม่ๆ มากมาย เช่น การชั่ง
การตวง การวัด เงินตรา และการ
ก่อสร้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ส่งผลทำ�ให้ทั้ง
ดวงจิตและร่างกายของเขาเข้มแข็งขึ้น
นอกเหนือจากนี้เด็กๆ ยังได้รับ
ประสบการณ์นอกห้องเรียนจากการ
ได้ไปทัศนศึกษาและได้ไปเข้าค่ายค้างคืน
ครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งช่วงกลางเดือนพ.ย.
ที่ผ่านมาเด็กๆ มีโอกาสได้ไปทัศนศึกษา
ที่ตลาดน้ำ�ท่าคา จ.สมุทรสงคราม ซึ่ง
ช่วงนั้นเด็กๆ เรียนเรื่องเงินตราพอดี
และยังถือโอกาสนี้ซ้อมย่อยก่อนที่จะไป
เข้าค่ายค้างคืนกัน ในวันนั้นเด็กๆ นำ�เงิน
ไปคนละ ๔๐ บาท พอไปถึงแต่ละกลุ่ม
ก็แยกย้ายกันชมตลาด ซึ่งตลาดก็เล็กๆ
จึงเดินสวนกันไปมา จนในที่สุดก็ได้
จับจ่ายซื้อของกันพอสมควร อาทิเช่น

เด็กหญิงคนหนึ่งเห็นคุณยายนั่งขาย
ส้มเช้งอยู่ จึงถามคุณยายว่าขายส้มเช้ง
ลูกละเท่าไหร่คะ ยายจึงบอกว่า ๕ บาท
เด็กหญิงจึงได้ส้มเช้งมา ๑ ลูกแล้วเดิน
ต่อ พอเดินได้ไม่กี่ก้าวก็รู้สึกสงสารยาย
และตัวเองมีเงินเหลืออยู่ ๒ บาทจึงคิด
ว่าจะเอามาให้ยายฟรีๆ จึงเดินกลับมาเอา
เงินให้คุณยายๆ ก็รับด้วยอาการงงๆ
พร้อมส่งส้มเช้งให้เด็กอีก ๑ ลูก ทำ�ให้
เด็กหญิงก็เกิดอาการงงๆ เช่นเดียวกับ
คุณยาย ส่วนเด็กในกลุ่มครูตู่ก็เดินวน
ไปมาหลายรอบยังไม่มีใครซื้ออะไรซักที
เด็กชายคนหนึ่งไปเจอป้าขายชมพู่เด็กชาย
ก็ไปถามว่าถ้าจะซื้อเป็นลูกขายเท่าไหร่
ครับ ป้ายิ้มๆ พร้อมกับผ่าชมพู่ให้ทาน
ฟรีๆ (เลยไม่เสียเงิน) เดินไปอีกนิดเจอ
ยายขายละมุด ยายก็ปอกให้ลองชิมอีก
(เงินก็ยังอยู่ครบ) จนสักพักเริ่มเหนื่อย
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

27

ก็จัดอย่างเรียบร้อย บางห้องครูต้อง
ชี้แนะบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วครูไม่ต้อง
ช่วยอะไรมาก เด็กๆ สามารถจัดการเอง
ได้ การไปค่ายครั้งนี้เด็กๆ ได้ชื่นชม
สังเกตธรรมชาติทั้งกลางวันและกลาง
คืน ได้เล่นน้ำ� ทำ�กิจกรรมร่วมกัน
อย่างสนุกสนาน และตอนกลางคืน
พวกเรานั่งล้อมวงภายใต้ท้องฟ้าอันกว้าง
ใหญ่ พระจันทร์ ดวงดาวและเสียงคลื่น
ซัดสาด เด็กๆ ได้พูดถึงสิ่งที่น่าประทับ
เห็นยายขายขนมถ้วย เด็กหญิงและเด็ก ใจของตนเอง ซึ่งทุกคนมักต่อด้วยว่า
ชายเดินไปซื้อก่อนกระทงละ ๑๐ บาท รู้สึกสนุกมาก และความรู้สึกของครูก็ไม่
จากนั้นเด็กหญิงอีก ๒ คน จึงปรึกษา ต่างจากเด็กๆเลย จากการไปค่ายครั้งนี้
กันสักพักก็ได้คำ�ตอบว่าจะออกเงิน
ภาพที่ครูเห็นคือทุกคนสามารถช่วยเหลือ
คนละครึ่ง ซึ่งคุณยายก็ใจดีมากแยก
ตัวเองและช่วยเหลือเพื่อนได้ดี เต็มเปี่ยม
ขนมให้คนละกระทงอีกด้วย การไป
ไปด้วยศักยภาพมากมาย และแล้วทุก
ทัศนศึกษาครั้งนี้ทำ�ให้ครูได้เห็นอีก
อย่างก็ผ่านไปอย่างราบรื่น เหมือนดัง
มุมหนึ่งของเด็กๆ จากนั้นเราจึงเดินทาง เช่นผ่านการทดสอบและการก้าวย่างไป
ไปราชบุรีเพื่อไปปั้นกระปุกออมสินกันต่อ ข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว
ซึ่งเด็กๆ ก็ตั้งใจมาก สามารถผลิต

ส่วนช่วงปลายภาคเรียนนี้
ผลงานได้หลายชิ้น
เด็กๆ กำ�ลังขะมักเขม้น สร้างซ่อมแซม

แล้ววันที่น่าตื่นเต้นของครูและ บ้านดินกันอยู่ ใครเดินผ่านไปมาอาจ
เด็กๆ ก็มาถึง ประมาณสิ้นเดือนพ.ย
เห็นเด็กเนื้อตัวมอมแมม ตัวดำ�เปื้อน
ก็ถึงเวลาไปเข้าค่ายค้างคืนที่หาดทราย
โคลนกันอยู่ในสนามใหญ่ เมื่อเด็กๆ
แก้ว เด็กๆ ได้เดินขึ้นหาดประมาณ
สร้างบ้านดินเสร็จแล้วอย่าลืมมาเยี่ยมชม
๓ กม.เวลาที่เดินจะได้ยินเสียงพูดคุย
ผลงานนะคะ
ชี้ชวนกันให้ดูหรือคอยสังเกตธรรมชาติ
สุดท้ายนี้ขอให้ทุกบ้าน
ตลอดเวลา แล้วในที่สุดเด็กๆ ก็มาถึงที่ สนุกสนานกับการปิดเทอม แล้วอย่าลืม
หมายด้วยความอดทน ถึงแม้บางคนจะ พยายามหากิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้
บ่นบ้างแต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ เมื่อ เด็กๆ ทำ�ด้วยนะคะ
ถึงที่พักเด็กๆ ตื่นเต้นมาก อย่างแรกที่
ทำ�คือการนำ�สำ�ภาระไปเก็บ ซึ่งบางห้อง
...ครูตู่...ป.๓

28

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

เดินทาง...
เพื่อการเรียนรู้
ที่ไม่มีวันจบ

จะหมดปีการศึกษาแล้วเหรอนี่ ครู
ฉุกคิดขึ้นมา แต่ว่าเด็กๆยังมาโรงเรียน
อย่างมีความสุข โดยที่ไม่คำ�นึงถึงเลยว่า
ใกล้จะปิดเทอม ทุกๆ วันของพวกเขา
ช่างสนุกสนานอะไรเช่นนี้ ในแต่ละปี
เด็กๆ มีแต่เรื่องน่าตื่นเต้น ต่างสนใจ
และเฝ้ารอคอย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้
ในวิชาต่างๆ ที่ยากมากขึ้น แต่เด็กๆก็
สนใจและมุ่งมั่นที่จะเรียน ยังแอบได้ยิน
เสียงเด็กๆ คุยกันช่วงที่เรียนเศษส่วน
จบแล้ว เด็กๆ พูดว่า “เรียน
คณิตศาสตร์สนุกจังเลย” ได้ยินเช่นนั้น
ครูก็มีกำ�ลังใจเพิ่มขึ้นเยอะเลย

อย่างที่เราทราบกันว่าเด็กวัยนี้
จะมีบุคลิกที่ชัดเจนมากขึ้น และจะแยก
ตัวจากคนอื่นมากขึ้น เพราะเขากำ�ลังจะ
ก้าวเข้าสู่วัยรุ่นน้อยๆ แต่ทำ�ไมห้องนี้
เด็กๆไม่ค่อยแยกกัน ต่างผนึกกำ�ลังกัน
ค่อนข้างดี ทั้งหญิง ชาย จนครูต้อง
ถอยออกมาดูห่างๆ บ้าง ก็จะเห็นจริงๆ
ว่าเขาโตขึ้นทั้งร่างกายและความรู้สึก
ความคิด เมื่อครูและเด็กๆอยู่รวมกันบาง
ครั้งผู้ปกครองยังแยกไม่ออกเลยว่ามีครู
อยู่ด้วย (เด็กบางคนตัวโตกว่าครูแล้ว)

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

29

ประถม ๔ หลายคนคงสังเกต
เห็นว่าไม่ค่อยอยู่ในโรงเรียนสักเท่าไหร่
ต้องเดินทางออกนอกโรงเรียนกัน
ค่อนข้างบ่อย อย่างเรียนเรื่องภูมิศาสตร์
ท้องถิ่น เด็กๆได้ไปสำ�รวจสถานที่ต่างๆ
ในชุมชนใกล้ๆ โรงเรียน เดินทางไป
ตามทิศต่างๆ เรียนภูมิศาสตร์กรุงเทพ
พากันไปเดินรอบเกาะรัตนโกสินทร์
ไปไหว้พระที่วัดต่างๆ ที่สร้างในต้น
รัชกาล อีกทั้งได้ลงเรือล่องแม่น้ำ�
เจ้าพระยา เด็กหลายคนเป็นประสบการณ์
ครั้งแรกสำ�หรับการลงเรือแม่น้ำ�ใหญ่ๆ
ตอนลงทุกคนเดินตัวเกร็งลงเรือ (รวม
ถึงครูด้วย) แต่พอขึ้นลงหลายเที่ยว
ทุกคนรู้สึกดีมากขึ้น เมื่อรู้สึกดีความ
สนุกสนานและเสียงก็เริ่มตามมาพูดคุย
กันตลอดทาง ผู้คนรอบข้างคงคิดว่า
“เด็กเหล่านี้มาจากไหนกันนี่”

ปลายเทอมสองเด็กๆ ได้เรียนรู้
เรื่องสัตว์ ครูได้พาเด็กๆไปสัมผัสชีวิต
สัตว์จริงๆ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำ�แพงแสน จังหวัดนครปฐม
เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เด็กๆ ต้องตื่นแต่เช้า
เพื่อออกไปทำ�งานที่ฟาร์มโคนมทั้งวัน
ซึ่งเด็กๆ ไม่มีบ่นเลย ต่างตั้งใจทำ�งาน
จนได้รับคำ�ชมว่าทำ�งานกันได้ดีมาก
ได้ปลูกหญ้าขน ดินโคลนถึงหัวเข่าเด็กๆ
แดดก็ร้อน แต่ไม่มีใครถอยเลยสักคน

30

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ความในใจ
จากครูถึงศิษย์
ไปค่ายครั้งนี้มีห้องความรักร่วมขบวน
ไปด้วย ก็เห็นบรรยากาศที่ดีมากมาย
เด็กๆ คอยเป็นห่วงและช่วยเหลือซึ่งกัน
และกันค่อนข้างดี สังเกตเห็นว่าเด็กๆ
ไม่ได้คิดถึงบ้านกันเลย ส่วนผู้ปกครอง
คงคิดถึงลูกๆ มากเลย (วันที่ผู้ปกครอง
ไปรับคงบอกได้ว่า รอวันนี้มานานแล้ว)
อีกอย่างต้องขอบคุณผู้ปกครองที่ไว้
วางใจครู เพราะผู้ปกครองห้องนี้ไม่มี
ใครโทรศัพท์ถามข่าวลูกๆ เลยค่ะ

เอาล่ะค่ะ ครั้งนี้ขอเล่าแค่นี้
แล้วกัน ถ้าจะให้เล่าอีกคงหลายหน้า
กว่าจะจบ ก่อนหมดเทอมมีหลายอย่าง
ที่ต้องทำ�อีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นละคร
ที่ตอนนี้เราได้เริ่มซักซ้อมกันแล้ว ซึ่ง
กระบวนการการเรียนรู้ต่างๆ ที่ไม่มี
วันจบของเด็กๆ และครูด้วย ที่ยังคง
ต้องเรียนรู้กันต่อไป
ครูติ๊ ป.๔

ในโอกาสที่เป็นฉบับพิเศษส่ง
ท้ายปีการศึกษาจึงอยากเขียนสิ่งที่ค่อน
ข้างพิเศษเช่นกัน

ผ่านไปแล้วร่วมสองเดือนได้มี
โอกาสย้อนมาดูภาพถ่ายจากการไปค่าย
เชียงใหม่ของเด็กๆ ป.๕ และ ป.๖ แม้
จะเป็นเวลาไม่นานนักแต่ก็สังเกตเห็นได้
ถึงรูปหน้าที่เปลี่ยนไป เด็กๆ เติบโตขึ้น
มาก นี่เป็นเพียงสิ่งที่เราเห็นจากภาพแต่
เมื่อย้อนมาดูเด็กๆ ในห้องเรียนก็ยิ่งเห็น
ว่าพวกเขาเติบโตขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจ
ความคิดความอ่าน รวมทั้งความรับผิด
ชอบ ปีนี้ช่างสมกับคำ�ว่า “ปีทองแห่งวัย
เด็ก” จริงๆ เด็กทุกคนทำ�ให้ครูเห็นถึง
ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาตนเอง ที่จะ
เรียนรู้และพร้อมจะปรับปรุงตัวเองให้ดี
ขึ้น ยอมรับฟังความคิดเห็นของกันและ
กัน มีน้ำ�ใจช่วยเหลือกัน ที่สำ�คัญ..สิ่งที่
ครูได้เห็นอยู่เสมอๆ คือความมุ่งมั่นตั้งใจ
และความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และ
ทำ�งานในความรับผิดชอบของตนเอง

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

31

อย่างสุดความสามารถ ปีนี้เด็กๆ เขียน
สรุปเรื่องราวสิ่งที่เรียนได้ดีขึ้นมากพร้อม
กับตกแต่งสมุดงานได้อย่างสร้างสรรค์
และสวยงาม

ที่มีโอกาสได้ทำ�หน้าที่ตรงนี้และขอบคุณ
เด็กๆ ทุกคนที่มอบความรู้สึกที่มีคุณค่า
ให้แก่ครูเป็นเหมือนของขวัญที่พิเศษมากๆ
และไม่คิดว่าจะได้รับจากอาชีพไหนๆ ได้
เมื่อดูภาพจากค่ายเชียงใหม่ซึ่งมีเพลง

เด็กๆ อาจจะได้ยินเสียงบ่น
ประกอบไพเราะมากโดยเฉพาะตอนใกล้
จากครูน้อยลงแต่ยังคงมีคำ�เตือนมาบ้าง จบมีหนึ่งบทเพลงที่ทำ�ให้เกิดแรงบันดาล
เป็นระยะๆ ซึ่งครูเองจะระลึก (ท่อง
ใจที่จะเขียนความในใจนี้มาให้ผู้ปกครอง
คาถา) อยู่ในใจเสมอว่า “อย่าบ่นเยอะ และเด็กๆ ได้อ่าน (ขอบคุณพ่อยงค์ค่ะ
เด็กไม่ชอบฟัง” แต่แม้จะมีคาถานี้อยู่ใน เลือกเพลงตรงใจจริงๆ) เพราะขณะที่นั่ง
ใจก็ไม่วายที่ครู (อายุปูนนี้) จะอดเตือน ดูภาพเด็กๆ ด้วยความอิ่มอกอิ่มใจอย่าง
อดสอนไม่ได้เพราะถ้าหากเด็กทำ�ผิดแล้ว เต็มเปี่ยมเสียงเพลงก็ดังขึ้นมาว่า“ถ้าโต
ไม่ตักเตือนครูก็คงทำ�หน้าที่ครูได้ไม่
ขึ้นไปหนูเป็นคนดี...” ครูไม่ได้หวัง แต่
สมบูรณ์หรือหากมีเรื่องที่ควรเตือนก็ควร มั่นใจเหลือเกินว่าเด็กๆ ทุกคนของครู
ต้องบอกเพื่อป้องกันไว้ก่อนจะสายเกิน ต้องเป็นเหมือนที่บทเพลงกล่าวถึงแน่ๆ
แก้ อันที่จริงแล้วครูเพียงอยากจะเห็น
เพราะทุกวันนี้หนูก็ได้เป็นคนดีของครู
เด็กๆ เติบโตเป็นคนดีของพ่อแม่ ของ
แล้วและจะดีขึ้นๆ ทุกๆ วัน
ครู และของสังคมเท่านั้น...

“ถ้าโตขึ้นไปได้เป็นคนดี หนูจะ

ในทุกวันของการที่เราได้เรียนรู้ มีแต่คนรักใคร่ ทำ�สิ่งใดคิดอะไรหนูจะ
ซึ่งกันและกัน ได้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ได้ดังใจเสมอ ดวงดาวสายรุ้งจะเป็น
เป็นการตอกย้ำ�ให้ครูได้รู้ว่าครูโชคดีมาก เพื่อนเรา ความหงอยเหงาจะไม่เจอะเจอ
เป็นคนดีคนดีนะเออ ทำ�ดีเสมอไม่ว่าหนู
จะเป็นอะไร”

ครูเษม ป.๕

Golden Year

ถ้าเราเปรียบอนุบาลเป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ และประถมเป็นดั่งต้นกล้าที่
กำ�ลังงอกงาม เด็กชั้นป.๖ ก็คงเป็นต้นกล้าที่พร้อมจะนำ�ไปปลูกบนพื้นดิน
เพื่อแผ่กิ่งก้านสาขา และกลายเป็นต้นไม้ใหญ่งดงาม

แม้ว่าต้นกล้าเหล่านี้อาจจะเล็กบ้าง ใหญ่บ้าง แข็งแรงบ้าง หรือ
อ่อนแอบ้าง แต่แม่เก๋ก็เชื่อว่า ด้วยพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ที่พ่อแม่หมั่นพรวน
ใส่ปุ๋ย และคุณครูทุกท่านคอยรดน้ำ�ให้ความชุ่มชื่น รวมทั้งการเกื้อกูลช่วย
เหลือกันระหว่างต้นกล้าเอง และธรรมชาติที่อยู่รอบๆตัว จะทำ�ให้ต้นกล้า
เหล่านี้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมจะให้ร่มเงากับทุกๆคนที่ต้องการได้

คนโบราณมักจะบอกว่า หลังพายุใหญ่ ท้องฟ้าจะสดใส แม่เก๋รู้สึก
ได้ถึงคำ�พูดนี้จริงๆ หลังจากผ่านการทำ�งานด้วยกันมาอย่างหนัก เด็กป.๖
ที่ได้ชื่อว่า ทโมนที่สุดในโรงเรียน กลับได้รับคำ�ชื่นชมในพลังความมุ่งมั่นที่
เด็กๆมีอย่างเหลือล้น จนทำ�ให้แม่เก๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวพวกเขา

เคยได้ยินครูหลายท่านบอกว่า ชั้นป.๕ นั้นถือเป็นปีทองแห่งวัยเด็ก
แต่สำ�หรับแม่เก๋แล้ว เด็กป.๖ ทำ�ให้แม่เก๋รู้สึกได้ถึงคำ�ว่า Golden Year จริงๆ

ขอบคุณเด็กทุกๆคน แม่เก๋ภูมิใจในตัวพวกหนูจริงๆ

32

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ครูแม่เก๋ ป.๖
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

33

7 years itch

สำ�หรับบวบสำ�นวนนี้ไม่ได้
หมายถึงอาถรรพ์แห่งการครองคู่
แต่อย่างใด แต่ด้วยความรู้สึกที่อยู่กันมา
นานเจ็ดปีเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
กับการก้าวไปสู่อีกรูปแบบที่ท้าทาย
มากขึ้น เป็นการปรับเปลี่ยนสู่อีก
การเติบโตที่ค่อนข้างยากลำ�บากในโลก
แห่งความสับสนระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่
การเดินทางตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมามี
เรื่องราวมากมายที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
แต่ในปีที่เจ็ดนี้โลกมีแต่ความท้าทาย
อยากเผชิญกับทุกสิ่ง ไม่กลัวที่จะลอง
และไม่ต้องการให้ใครก้าวมาในโลก
ของเขา ทำ�ให้ทุกอย่างดูเป็นเรื่องยาก
และท้าทายกับผู้ใหญ่รอบข้างไม่น้อย

“ถ้าไม่ทำ�ตามครูจะเกิดอะไรขึ้น”
คำ�ถามยอดฮิตติดปากในห้องมัธยมฯหนึ่ง
เมล็ดพันธุ์ที่บ่มเพาะกันมาผลิกิ่งก้าน
ให้เห็นชัดขึ้น ทำ�ให้เกิดคำ�ถามในใจ
บ่อยๆ ว่าเราดูแลพวกเขามาอย่างไร
ทำ�ไมบางต้นถึงงามนัก บางต้นทำ�ไม
หงิกงอเหลือเกิน ขาดอะไร หรือได้รับ
อะไรมากเกินไป นักปลูกต้นไม้อย่างเรา
จะทำ�อย่างไรดี งานนี้คงทำ�คนเดียว
ไม่ได้แน่ “พ่อแม่ที่เคารพรักค่ะ ช่วย
บวบหน่อย” การประชุมห้องจึงเกิดขึ้น

34

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ค่อนข้างบ่อยด้วยศึกษากลุ่มหนังสือ
Between form & freedom การ
แบ่งปันเรื่องราวในวัยเด็กของแต่ละ
ครอบครัว การตั้งคำ�ถามจากเรื่อง
ที่อ่าน ทำ�ให้หลายบ้านตื่นและตระหนัก
มากขึ้น แต่นั้นคงไม่ดีไปกว่าการลงมือ
ทำ�งานกับลูก และคำ�ตอบที่ทุกบ้านได้ไป
คือ “ทุกอย่างเริ่มที่ครอบครัว หากเรา
จะช่วยลูก ช่วยครูและช่วยตัวพ่อแม่เอง
เราต้องทำ�งานกันจริงจังและต่อเนื่อง
มากขึ้น” นี้คือบทสรุปที่ได้จากการ
ประชุมปิดปีการศึกษา

เจ็ดปีแห่งการเติบโตและการ
เปลี่ยนแปลงจึงเกิดได้เสมอกับทุกคน
และทุกความสัมพันธ์ หลังจากละคร
น้องๆ จบลงและเริ่มต้นพักผ่อน พี่ๆ
กำ�ลังเริ่มต้นกิจกรรมที่ท้าทายด้วยการ
แล่นใบ เจ็ดคืนแปดวันที่สัตหีบคงมีการ
เติบโตเกิดขึ้นที่นั่น มันไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะนำ�เรือชีวิตของตัวเอง
ฝ่าคลื่นลมและเกลียวคลื่น แล้วเด็กๆ
จะรู้ว่าเจ็ดปีที่ผ่านมามันเป็นแค่การเริ่ม
ต้นเท่านั้น แล้วเราก็ผ่านมันไปได้ และ
เติบโตไปด้วยกัน.....

ครูบวบ

เก็บมาฝาก

กลางภาคเรียนที่ผ่านมา ครูแจ้ง
เด็กชั้นป.๑ และป.๖ ว่าพี่จะต้องสอนน้อง
ถักนิตติ้ง ๒ วัน หลังจากนั้นคำ�ถาม
ก็ตามมา “ครูครับห้องเราจะต้องไปสอน
น้อง ป.๑ วันไหนครับ” “ครูคะเมื่อไหร่
พี่ป.๖ จะมาสอนห้องเราคะ”   

ในช่วงนั้นจะเห็นว่ามีเด็ก ป.๖
ไปชวนน้องเล่น เพราะครูให้ไปทำ�ความ
รู้จักกันเอง เมื่อเวลานั้นมาถึงเด็กทั้งสอง
ห้องต่างก็ตื่นเต้นพอกัน แววตาอยากรู้ของ
น้องๆ ทำ�ให้พี่ๆ มีอาการเกร็งกันหลายคน
(เพราะตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะช่วยให้น้อง

ถักนิตติ้งได้หรือไม่) แรกๆ พี่ป.๖
ก็มีอาการเขินนิดหน่อยค่ะ เพราะ
เมื่อน้องไม่เข้าใจขั้นตอนการถักต้อง
จับมือและให้น้องนั่งบนตัก แต่พอ
สักพักพี่ก็หายจากอาการเหล่านั้น
และคิดหาวิธีต่างๆ มาสอนเพื่อให้
ถักนิตติ้งได้ แต่ละคนใช้วิธีสอน
แบบตามสไตส์ของตัวเอง เด็กบาง
คนใช้วิธีทำ�ให้ดู บางคนก็ใช้วิธีพูด
เพื่อให้น้องจำ�ขั้นตอนการถักได้
ในที่สุดน้องป.๑ ก็สามารถถักนิต
ติ้งได้ ถึงแม้จะใช้เวลาเพียงแค่
๒ วันก็ตาม (เห็นไหมคะว่าลูกๆ
ของเราเก่งกันแค่ไหน)

ครูนิต
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

35

36

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

37

เฮ้อ...เฮ้อ...อืม....เฮ้อ...แล้วก็ขอเฮ้ออีก
ที..หนอนอ้วนขอถอนหายใจหลายที
หน่อยนะจ๊ะพี่น้อง ก็หนอนอ้วนเห็น
คุณครูเขาเดินสวนกันไปสวนกันมา
ตั้งหน้าตั้งตาทำ�งาน พูดคุยกันทั้งเรื่อง
งานสอนประจำ�วัน เตรียมงานให้
สมศ.ตรวจแล้วเหนื่อยแทนน่ะ ที่พูด
อย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อวันที่ ๒-๔ ก.พ.ที่
ผ่านมาผู้แทนจากสมศ. ๓ คนเขาเข้ามา
ตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาของ
โรงเรียนน่ะสิ พอเขามาถึงเขาก็เดินดู
โน่นดูนี่ เข้าห้องโน้น ออกห้องนี้
ถามเด็กเอย ถามครูเอย ถามผู้ปกครอง
เอย ถามทุกอย่างที่เขาอยากรู้ และขอ
เอกสารของโรงเรียนทุกอย่างที่เขา
ต้องการ (อันไหนโรงเรียนมีเขาก็ได้ดู
อันไหนโรงเรียนไม่มีก็อดไป) โอ้ย!
หนอนอ้วนเห็นแล้วเวียนหัว แต่พอถึง
วันสุดท้ายที่เขาแจ้งผลการประเมินเบื้อง
ต้น หนอนอ้วนก็เห็นคุณครูที่เข้าไปฟัง
เดินยิ้มหน้าบานออกมาจากห้องประชุม
กันเป็นแถวรู้ได้ทันทีเลยว่าต้องเป็นข่าวดี
แน่นอน แต่ยังไงก็ต้องรอร่างเอกสาร
การประเมินที่เขาจะส่งมาให้โรงเรียนอีก
๑๕ วันข้างหน้านะจ๊ะ ...เย้...เย้...
เอ้า..เมื่อเย้กันได้แล้ว เราก็มาพูดเรื่อง
บันเทิงของเรากันดีกว่า แต่หนอนอ้วน
จะไม่เหลา เอ้อ เล่าเรื่องพี่ๆ ประถมไป
ค่ายหรอกนะ ก็คุณครูเขาตัดหน้า
เล่ากันไปหมดแล้วน่ะ

38

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

เริ่มจากพี่ม.๑ ก่อนเลยที่เขาแสดง
ยูริธมี่กันไปเมื่อ ๑๒ ม.ค. โดยมี
ครู Noemi นำ�ทีม หลังจาก
ซุ่มซ้อมกันอยู่นาน ผลงานที่ออกมา
ก็อย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็น
สวยงาม ประทับใจมาก..มาก
ทั้งประทับใจพี่ๆ ประถม พ่อแม่
ผู้ปกครอง และคณะครูจาก
โรงเรียนเซนคาเบรียลที่เดินทาง
มาชมทั้ง ๑๕ ชีวิตเลยจ้า แล้วพอ
วันที่ ๑๓ ม.ค.พี่ๆ เขาก็ไปแสดงที่
โรงเรียนอนุบาลบ้านรักให้เป็นที่
ชื่นชมกันอีกด้วยจ้า
จากนั้นวันที่ ๒๕ ม.ค.ก็ได้ฤกษ์พิธี
เปิดงานแสดงผลงานหัตถกรรมของ
นักเรียนตั้งแต่อนุบาล ๓ ถึง ม.๑
ที่ห้องอรุโณทัย โดยในวันเปิดงานพี่ๆ
ป.๕ เขาก็โชว์ฝีมือแสดงดนตรีทั้ง
ไวโอลิน เชลโลให้ได้เห็นฝีมือที่แท้จริง
กันเลยทีเดียว และงานแสดงผลงาน
หัตถกรรมครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจ
อย่างมากมีคนหมุนเวียนกันเข้าไปชม
ทุกวันทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาเยี่ยมชม
โรงเรียน นิสิตคณะครุศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่มาดูงานที่
โรงเรียน (๒๘ ม.ค.) คณะผู้ตรวจ
จากสมศ. และก่อนเก็บงาน ๑ วัน
คณะครูจากเฉินตู ประเทศจีนก็มาชม
งานนี้ด้วย (๔ ก.พ.)
ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

39

อ่ะ... มาถึงข่าวดีกันบ้างก็คุณลุง
ใจดีกับคุณป้าผู้น่ารัก คุณลุงเปาโล
กับคุณป้ามาริต้าได้เดินทางมาถึง
โรงเรียนแล้วน่ะสิเมื่อวันที่ ๓ ก.พ.
โดยในการมาครั้งนี้คุณลุงเปาโล
จะมาช่วยผู้ปกครองออกแบบและ
ปรับปรุงห้องเรียนมัธยมที่โรงเรียน
กำ�ลังจะสร้างใหม่เพื่อรองรับการ
ขยายชั้นมัธยมปลายตรงสวนอาหาร
บ้านต้นซุง (ผู้ปกครองเป็นใครบ้าง
คงไม่ต้องบอก เพราะถ้าใครที่มา
ประชุมเมื่อวันที่ ๑๖ ม.ค.ก็คง
รู้อยู่แล้วเน๊าะ) ส่วนคุณป้ามาริต้า
จะมาทำ�ศิลปบำ�บัดกับพี่ๆ ประถม
ที่ต้องการการช่วยเหลือจ้า

40

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ต่อมาวันที่
๑๐ มี.ค. เวลา ๐๘.๐๐ ๑๒.๐๐ น. นักศึกษาจาก
มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
ทั้งหมด ๕๖ ชีวิตเข้ามาศึกษา
ดูงานการสอนระดับอนุบาล
ของโรงเรียนเราด้วยจ้า
โอ้ย....โรงเรียนจะแตก
มั้ยน้อ
อ่ะ...ทีนี้ขอพูดถึงกิจกรรมช่วงปิดเทอม
นี้กันบ้าง ตอนนี้ที่หนอนอ้วนสืบ
ทราบมาแล้วแน่ๆ ก็คือ คุณครูเขามี
อบรมกัน ๓ รายการก็คือ การ
อบรมครูอนุบาลวอลดอร์ฟ ๓ ปี รุ่น
ที่สอง และการอบรมครูมัธยมวอลด
อร์ฟ ครั้งที่สอง ซึ่งจัดพร้อมกันวัน
เวลาเดียวกันเลยที่โรงเรียนแสนสนุกฯ
ของเรานี่แหละ นั่นคือระหว่างวันที่
๒๙ มี.ค.-๙ เม.ย. และอีกหนึ่งการ
อบรมก็คือ อบรมการศึกษาบำ�บัด
ระหว่างวันที่ ๖-๑๒ เม.ย. ที่โรงเรียน
วรรณสว่างจิต เนี่ยน้า...ใครว่าเป็นครู
ไม่เหนื่อย ขนาดปิดเทอมก็ยังต้องหา
ความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองเลยนะจะบอก
ให้ อ้อ...ลืมไปมีอีกอย่างนึง ก็การ
อบรม ATT ไง แต่ปีนี้เขาไปจัดกัน
ไกลหน่อย ที่เชียงใหม่เจ้าโน่นแน่ะ
ช่วงวันที่ ๒๖-๓๐ เม.ย. เห็นว่ามี
คุณครูของเราไปเป็นวิทยากรและผู้ช่วย
วิทยากรกันหลายคนเลยจ้า

เป็นยังไงกันบ้าง
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว
เบื่อฟังหนอนอ้วนกันหรือยัง
หวังว่าจะยังนะ แต่หนอนอ้วนน่ะ
ขี้เกียจเล่าแล้วล่ะ ว่าจะไปหา
อะไรรองท้องหน่อย แล้วก็ไต่ๆ
ไปหาที่นอนอาบแดดให้สบายอารมณ์
แล้วค่อยออกไปสอดส่ายสายตา
หาข่าวมาเล่าต่อ ไปล่ะนะ
บ้าย..บาย

เอ้า...ลืมไปเรื่องนี้ถ้าไม่บอกต่อต้อง
โดนคุณครูเขกหัวจนปูดเท่าลูกมะนาว
แน่ๆเลย ก็คุณครูเขาฝากไว้ตั้งนาน
แล้วว่าให้หนอนอ้วนช่วยเขียนให้หน่อย
ก็คือว่าอย่างนี้นะ เมื่อวันงานเทศกาล
เก็บเกี่ยวตอนปลายปีที่แล้ว (ธ.ค.๕๒
ฟังดูเหมือนไกลเลยเน๊าะ) โรงเรียน
ได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่พี่น้อง
เป็นอย่างดีเรื่องการนำ�ภาชนะใส่
อาหารและแก้วน้ำ�มาจากบ้าน เก็บ
ล้างแล้วเอากลับบ้านกันอย่าง
เรียบร้อยสวยงาม ทำ�ให้ภายในงาน
และภายในโรงเรียนของเราไม่มีขยะทิ้ง
เกลื่อนกลาดหรือล้นถังเหมือนทุกปี

มองดูแล้วสะอาดตาและยังช่วยลดภาวะ
โลกร้อนไปได้เยอะเลย นอกจากนี้ยัง
เป็นการแสดงให้เด็กๆ เห็นถึงพลังของ
การช่วยกันอนุรักษ์และรักษาสิ่ง
แวดล้อมให้คงอยู่กับเราต่อไปอีกนาน
แสนนานด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าภาค
ภูมิใจในความร่วมมือร่วมใจของเราทุก
คนเป็นอย่างมาก คุณครูทุกคนจึงฝาก
คำ�ขอบคุณมายังทุกบ้านผ่านสารแสน
สนุกฉบับนี้ และหวังว่าจะได้รับความ
ร่วมมืออย่างดีเช่นนี้เรื่อยไปนะจ๊ะ
...ขอบคุณจ้า...
พบกันใหม่วันเปิดเทอม ๖ พ.ค.นะ
จ๊ะ...บ้าย...บาย... (จริงๆ ละ)

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

41

บอกต่อ

บ้านกระท่อมทอง

สวัสดีครับทุกๆ คน อยู่ๆ วันหนึ่งแม่เปียก็โผล่มาบอกอยากให้เขียน
เรื่องราวเกี่ยวกับ “บ้านกระท่อมทอง” ผมแอบยุ่งจึงไม่ได้ทำ�ซักที หลังจากนั้นมี
แม่ๆ อีกหลากคนเปลี่ยนหน้ามาตามในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา สุดท้ายผมก็ต้อง
ทำ�ในสิ่งที่สอนลูกบ่อยๆว่าตั้งใจทำ� ก็เลยได้เรื่องราวของกระท่อมทองออกมาซักที
ที่แม่เปียแกตั้งโจทย์ไว้ว่าอยากรู้ว่า บ้านกระท่อมทอง ดีอย่างไร ทำ�ไมถึงได้ชวน
ครอบครัวห้องแสงตะวันไปกันซ้ำ�ๆ ถึง 2-3 ครั้ง ติดต่อกันในปีที่ผ่านมา
      ก่อนอื่นที่จะไปพูดเรื่องบ้านกระท่อมทอง  ผมคงต้องพูดถึงแนวคิด
ผมแยกความคิดของการพักผ่อนกับการท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวของเด็ก
ไม่เหมือนการท่องเที่ยวของผู้ใหญ่ การพักผ่อนคือการทำ�ให้นาฬิกาของตัวเองเดินช้าลง
ละทิ้งจากสิ่งที่ทำ�ประจำ�จนเหนื่อยล้า นำ�ตัวเองกลับสู่ธรรมชาติรับพลังชีวิตกลับสู่ตัว
ได้มีเวลาอยู่กับตัวตนเพื่อไตร่ตรอง ส่วนการท่องเที่ยวเป็นเหมือนการออกสู่โลกกว้าง
เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อสะท้อนให้ตัวระลึกถึงความมหัศจรรย์ในตนเองและการเป็น
ส่วนร่วมเล็กๆ ของโลก ที่ผมไม่ได้พูดถึงการพักผ่อนของเด็กเลยเพราะเด็กเล็กอยู่ใน
โลกของการเล่นและท่องเที่ยวค้นหาแทบตลอดเวลา หมดพลังงานเพียงหลับตื่น
ทุกอย่างก็เต็มร้อยเหมือนเดิม การท่องเที่ยวของผู้ใหญ่มักชอบมองหาความแปลกใหม่
ในที่ใหม่ๆ คนใหม่ๆ แต่การท่องเที่ยวของเด็กเขาจะสามารถค้นพบความแปลกใหม่
ในสถานที่ที่คุ้นเคยแต่มีอิสระที่จะสำ�รวจและสร้างสรรค์ดีกว่าสถานที่ใหม่ๆ ที่แปลกตา
ตื่นเต้นไม่คุ้นเคยและพ่อแม่ต้องคอยระวัง

42

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

      บ้านกระท่อมทองเป็นบ้านพักของ
เอกชนแถบชะอำ�ซึ่งผมได้ไปเจอโดยบังเอิญ
ตอนไปเที่ยวปีใหม่ในช่วงผมเริ่มทำ�งานใหม่ๆ
ตอนนั้นผมมองหาบ้านพักที่เป็นส่วนตัวหน่อย
แต่ก็ได้เจอดีกว่าที่คาดไว้มาก คนส่วนใหญ่
เมื่อคิดถึงชะอำ�มักจะคิดถึงชายหาดที่ถนนสอง
เลนพาดผ่านจึงมีบ้านพัก และผู้คนมากมาย
ไม่น่าจะเหมาะกับที่จะพาเด็กไป แต่บ้าน
กระท่อมทองอยู่หาดเดี่ยวกับชะอำ�แต่เลยทาง
เข้าชายหาดชะอำ�ไปอีกสักสี่ห้ากิโลเมตร เป็น
ที่ดินติดหาดส่วนตัว ติดกับชะอำ�แกรนด์คอน
โดเทล บ้านพักทั้งหมดห้าหลัง สองหลังเป็น
ห้องนอนเดี่ยวใหญ่ ที่เหลือเป็นห้องนอนคู่
รวมได้แปดห้องนอน เป็นเหมือนบ้านพักตาก
อากาศส่วนตัว สะอาดเหมือนบ้าน
ตัวเอง มีทุกอย่างที่จำ�เป็น ชาดหาด
สะอาดเป็นธรรมชาติ มีเพียงเพื่อน
ร่วมที่พัก กับคนที่มาพักคอนโดใช้
หาด หาดปลอดภัย ค่อยๆ ราบลง
ไม่มีเหว มีที่กิน และทำ�กิจกรรมร่วม
กันได้ มีแม่บ้านที่ทำ�อาหารอร่อย
ซื่อสัตย์ นิสัยดี

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

43

      นอกจากที่ผมชอบพาลูกมาที่
บ้านกระท่อมทองนอกจากเพราะสถานที่
ที่ดีแล้ว ในแง่แนวคิดก็เพราะเป็นที่พัก
ผ่อนอย่างดีสำ�หรับผมและภรรยา และ
เป็นที่ท่องเที่ยวอย่างดีของเด็กเล็ก มี
ทั้งดิน น้ำ� ลม ไฟ ให้เล่น ส่วนที่
ผมชวนครอบครัวในห้องแสงตะวันไป
เที่ยวพร้อมกันเพราะผมเชื่อว่าไปเป็นกลุ่ม
ดีกว่าไปบ้านเดียว ซึ่งจำ�นวน
ครอบครัวที่เหมาะสมก็ประมาณ 3-6
ครอบครัว เด็กจะมีความสุขกันมาก
เลยในสถานที่ที่ปลอดภัย แล้วเรา
ให้อิสระแกเขาในการเล่น เด็กๆ ก็
สนุกกับการเล่นน้ำ�แบบไม่
เหน็ดเหนื่อย พ่อแม่สามารถพลัด
กันช่วยดูแลและลงเล่นน้ำ�ได้ ทำ�ให้
ไม่เหนื่อยเกินไป โดยทั่วไปเด็กจะไม่ร้องขอหรือติดพ่อแม่
เกินไปนัก แน่นอนใครที่เคยไปเที่ยวกันเองเป็นครอบครัว
เดียวคงรู้ว่าพ่อแม่เหนื่อยแค่ไหนโดยเฉพาะแม่ (ฮะฮ้า...)

44

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

      คงขาดไม่ได้ที่ให้พ่อแม่แบ่งปันความรู้สึกที่ได้ไปด้วยว่าเป็นอย่างไร..... 
      สุดท้ายผมอยากสนับสนุนให้แต่ละครอบครัวเรียนรู้ทำ�ตามแนวทางการ
เรียนรู้แบบวอลดอล์ฟ การตัดสินใจร่วมมือกันของแต่ละครอบครัวสามารถช่วย
ให้การเลี้ยงลูกให้ดีและเด็กมีศักยภาพสูงสุดในทุกด้านง่ายขึ้น รายละเอียดเล็กน้อย
ที่พ่อแม่เห็นว่าไม่สำ�คัญมักส่งผลกับเด็กแล้วถูกแพร่กระจายในหมู่เด็กปานเชื้อโรค
ชั้นดี การเลือกสิ่งแวดล้อมในการเที่ยวและเพื่อนร่วมทางก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราใส่เข้าไป
ในจังหวะชีวิตของเด็กได้
พ่อวิท... น้องเกรซ
ห้องแสงตะวัน

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

45

เก็บเกี่ยวจากครูมาจอรี
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่เราจะปิด
ภาคเรียนกัน คุณครูมาจอรีได้มาเยี่ยม
โรงเรียน และได้ทำ�งานร่วมกับคุณครู
ในชั้นอนุบาลทั้งสอนและลงไปในงาน
ปฏิบัติ ก่อนที่จะเล่าถึงเนื้อหาที่คุณครู
มาจอรีได้มาพูดคุยให้ความรู้กับพ่อแม่
ในชั้นอนุบาล แม่เปียขออนุญาตเล่าถึง
คุณครูมาจอรีให้ฟังคร่าวนะคะ

เรื่องแรกที่คุณครูได้พูดถึง เป็นเรื่อง
การทำ�งานระหว่างคุณครูและผู้ปกครอง
คุณครูได้ยกภาพสามเหลี่ยมที่มียอดอยู่
ด้านบน โดยได้กล่าวว่า ตรงยอดบน
นั้นคือเด็กๆ และมุมทั้ง 2 ของฐาน
ก็คือ ผู้ปกครอง และคุณครู การช่วย
กันทำ�งานของผู้ปกครองและคุณครู
จะสามารถส่งพลังผ่านให้เด็กๆ ซึ่งใน
ส่วนของผู้ปกครอง สามารถทำ�ได้โดย
คุณครูมาจอรี เป็นชาวนิวซีแลนด์
การรักษาจังหวะการตื่น การกิน และ
เป็นคุณแม่ลูก 2 คุณยายหลาน 3
การเข้านอน ให้เหมือนกับช่วงเปิดเทอม
ซึ่งลูกๆ ของคุณครูมาจอรีได้ผ่านการ
คุณครูได้กล่าวว่าเด็กเล็กๆ นั้น ยังอยู่
เรียนในการศึกษาวอลดอร์ฟตั้งแต่
ในสภาวะฝัน dream conscious คือ
เกรด 1-12 ทั้ง 2 คน รวมไปถึง
เด็กจะไม่รู้ตัวแบบตื่นเต็มที่ไม่ว่าจะอยู่
หลานทั้ง 3 คน ที่กำ�ลังเริ่มต้นการ
ในสภาวะใดๆ ไม่ว่าเราจะนำ�เขาไปวาง
ศึกษาที่นิวซีแลนด์ นอกจากนี้ คุณครู ไว้ที่ไหน เขาก็จะทำ�เพียงอย่างเดียวคือ
ยังเป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนวอลดอรฟ์ เล่น ในทุกๆ เช้าที่เราพาเขามาโรงเรียน
ทั่วประเทศนิวซีแลนด์​
เด็กจะไม่สามารถตื่น อาบน้ำ� กินข้าว
ขึ้นรถ สิ่งที่เด็กๆ จะทำ�ก็คือ
แม่เปียขอหยิบบางส่วนที่คุณครูมาจอรี
เริ่มที่จะเล่นทันทีเมื่อตื่น คุณครูได้
ได้มาพูดคุยกับพ่อแม่อนุบาล เพื่อเป็น
แนะนำ�ว่า เราควรจะเพื่อเวลาให้เขา
แนวทางปฏิบัติในช่วงที่เรากำ�ลังจะปิด
ได้เล่น แล้วค่อยเริ่มกิจกรรมต่างๆ
ภาคการศึกษานี้ เพื่อจะรักษาจังหวะของ อีกสิ่งหนึ่งที่คุณครูได้แนะนำ�คือ
ที่บ้านให้สอดคล้องกับที่โรงเรียนด้วยค่ะ ไม่อยากให้เด็กๆ ต้องรีบไปโรงเรียนแล้ว

46

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

ทานอาหารเช้าบนรถ เราควรจะตื่นให้
เช้าขึ้น ปลุกเด็กให้เร็วขึ้น เพื่อจะได้ให้
เขามีเวลาได้เล่นและค่อยๆ ทำ�กิจกรรม
ต่างๆ ก่อน จึงจะขึ้นรถไปโรงเรียน
เรื่องที่สอง คือเรื่องเกี่ยวกับการเด็กไป
สัมผัสกับธรรมชาติบ้าง เนื่องจากชีวิต
ประจำ�วันของเราต้องอาศัยอยู่ในเมือง
ทำ�ให้เด็กๆ ไม่ค่อยมีโอกาสพัฒนา
ประสาทสััมผัส ซึ่งถึงแม้ว่าในชั้นเรียน
จะมีของเล่นเพื่อสนับสนุนประสาท
สัมผัสต่างๆ ของเด็กอยู่แล้ว แต่การที่
เด็กได้มีโอกาสได้วิ่งไปในที่กว้างๆ โดย
ไม่มีขอบเขต การได้ปีนต้นไม้ การได้
ไปสัมผัสกับสายนำ�้ ให้ประสบการณ์
ที่แตกต่างจากการที่อยู่ที่บ้าน ในเมือง
หรือศูนย์การค้า คุณครูแนะนำ�ว่าเรา
ควรพาลูกๆ ไปนอกเมืองทุกสุดสัปดาห์
หรือบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำ�ได้ หรืออย่าง
น้อยที่สุดก็สวนสาธารณะในช่วงวันหยุด
สุดสัปดาห์ คุณครูบอกว่าให้ลืมเรื่อง
การทำ�ความสะอาดบ้านไปบ้างก็ได้
(ขอนี้แม่เปียขอสนับสนุน) เพราะช่วง
เวลาเด็กของลูกเราจะผ่านไปโดยไม่มีวัน
หวนกลับ อย่าปล่อยให้มันผ่านเฉยๆ
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องการอ่านหนังสือ
กับลูก คุณครูบอกว่าการอ่านหนังสือ
กับลูกนั้นเป็นเรื่องที่จะสามารถช่วย

สร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน เพราะตัว
คุณครูเองก็อ่านหนังสืิอกับลูกจนถึง
อายุ 15-16 ปี ในช่วงเวลาทีี่ลูกยังอ่าน
ไม่ได้ เรามีหน้าที่อ่านให้ลูกฟัง แต่ใน
ขณะที่ลูกเริ่มอ่านเป็น แล้วเขาอาจจะ
ต้องเจอกับคำ�ยาก แล้วเขาก็จะข้ามคำ�
เหล่านั้น แต่ถ้าเราอ่านไปกับเขา เรา
สามารถเอาประสบการณ์ทั้งชีวิตที่เรา
ประสบมา มาแบ่งปันให้กับลูกได้
นอกจากนี้เรืื่องที่เราจะเล่าให้ลูกๆ ฟัง
อาจจะเป็นประสบการณ์ในวัยเด็ก
ของเรา ซึ่งเป็นทั้งประสบการณ์ที่ดี
และไม่ดี เด็กๆ ก็จะชอบมากเพราะว่า
พ่อแม่เป็นบุคคลที่ใกล้ตัวเขา เรื่องราว
เหล่านั้นก็จะมีความเกี่ยวพันกับของ
เขาเอง บางครั้งเวลาทีลูกอยู่กับเพื่อนๆ
เขาก็จะเลือกอ่านแต่เรื่องราวที่เป็นที่
สนใจแบบเดียวกับเพื่อน ซึ่งบางครั้ง
ตัวเขาเองอาจจะชอบวรรณกรรม
คลาสสิกมากกว่า แม่เปียรู้สึกว่า
เรื่องราวที่คุณครูมาจอรีนำ�มาเล่าสู่กันฟัง
ทำ�ให้ช่วงเวลาที่เราใช้ร่วมกับลูกมี
ความสุขมากขึ้น อาจจะเล่าได้ไม่ทั้งหมด
แต่ก็หวังว่าคนที่พลาดโอกาสในการฟัง
ครั้งนั้นสามารถนำ�มาปรับใช้ได้
แม่เปีย

ส า ร แ ส น ส นุ ก มีนาคม ๒๕๕๓

47

๒๒๖ ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวง/เขตวังทองหลาง กทม.๑๐๓๑๐
โทรศัพท์ ๐-๒๕๕๙-๓๔๔๖, ๐-๒๕๓๐-๗๗๙๐-๑
e-mail: tridhaksaschool@yahoo.com
www.tridhaksa.ac.th

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful